ศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นระยะยาว


 

ศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นระยะสั้น

Long Term เรียนภาษา ณ ประเทศญี่ปุ่น ระยะยาว 6 เดือน - 2 ปี

        การเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อให้เกิดทักษะทั้งประสิทธิภาพ และประสิทธิผลทั้ง 4 ด้าน อันได้แก่ การพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน จำเป็นต้องใช้เวลาและการฝึกฝน รวมถึงการใช้งานจริงและในสถานะการณ์จริง ดังนั้นนักเรียนหลายคน ที่วางแผนเรียนต่อในระดับสูง ณ ประเทศญี่ปุ่น ทั้งการเรียนเพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านภาษาเพียงอย่างเดียว หรือการเตรียมภาษาเพื่อเข้าเรียนต่อระดับสูงเช่น วิทยาลัยวิชาชีพเฉพาะทาง,มหาวิทยาลัย,บัณฑิตวิทยาลัย ปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น นักเรียนหรือบุคคลทั่วไป ต้องมีความรู้ทางด้านภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อย ระดับ 2 หรือ ระดับ 1 ขึ้นไป

        ดังนั้น การเรียนภาษาในระยะยาวตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความต้องการในการเตรียมพร้อมของทักษะทางด้านภาษาญี่ปุ่น โดยส่วนใหญ่นักเรียนที่มีแผนการเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไป จำเป็นต้องผ่านการเรียนในหลักสูตรดังกล่าวนี้ และสามารถเลือกโรงเรียนสอนภาษาที่มีการวางแผนหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการของผู้เรียน อาทิเช่น การเรียนภาษาญี่ปุ่น ชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นสูงและหลักสูตรเพิ่มเติม อาทิเช่น ภาษาญี่ปุ่นเชิงธุรกิจ,ภาษาญี่ปุ่นสำหรับการท่องเที่ยวและการโรงแรม หรือ ภาษาญี่ปุ่นสำหรับการเตรียมพร้อมสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

        ดังนั้น โรงเรียนสอนภาษาแต่ละแห่งมีหลักสูตรเหล่านี้แตกต่างกันไป นักเรียนสามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเจ้าหน้าที่ของไมนิจิศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร

 

 
การเตรียมตัวเรียนภาษาญี่ปุ่นระยะยาวในประเทศญี่ปุ่น 6 เดือน - 2 ปี
Study Japanese in Japan (Long-term 6 months - 2 Years)

7 ขั้นตอนการสมัคร สำหรับการเรียนเรียนต่อแบบระยะยาว 6 เดือน-2 ปี

        ผู้สมัครจำเป็นต้องดำเนินการเรื่องการส่งเอกสารการสมัครล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4-6 เดือน ทั้งนี้ สถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาแต่ละเขตจะปิดรับสมัครไม่พร้อมกันโดยส่วนใหญ่เขต คันโต ได้แก่ โตเกียว,จิบะ,ไซตามะ,กุมมะ,ฯลฯ จะปิดรับสมัครก่อนเขตอื่นๆ ประมาณ 1 เดือน ตัวอย่างเช่น

  ▪ ภาคเรียน เมษายน ต้องยื่นใบสมัครภายในเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน
  ▪ ภาคเรียน ตุลาคม ต้องยื่นใบสมัครภายในเดือน เมษายน-พฤษภาคม

 

        สถาบันบางแห่งจะเปิดรับสมัครเข้าเรียนภาค มกราคมและกรกฎาคม แต่จะมีอยู่ไม่มากนัก (สามารถเช็ครายละเอียดของแต่ละสถาบบันได้ที่ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรไมนิจิ) ผู้ที่มีสิทธิ์ในการสมัครเรียนต่อระยะยาววจะต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ และจบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่าแล้วเท่านั้น

 

Choose InstitutionChoose Institution
ขั้นตอนที่ 1 การเลือกสถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษา 

        เป็นปัจจัยที่สำคัญในการไปเรียนต่อระยะยาว ณ ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากการเรียนแบบระยะยาวนั้น สถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาที่ผู้สมัครเลือกจะต้องสถาบันที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของผู้สมัคร เริ่มตั้งแต่เขตหรือเมืองที่ต้องการไปพำนักหรืออาศัยอยู่ ปัจจัยเรื่องค่าครองชีพ สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่พื้นฐาน จากนั้นควรเปรียบเทียบหลักสูตร กิจกรรม รวมถึงค่าเล่าเรียน ของแต่ละสถาบันซึ่งบางสถาบันสามารถแบ่งจ่ายได้เป็นรายเทอม หรือบางสถาบันอาจเรียกเก็บเป็นรายปี รวมถึงแต่ละสถาบันมีหอพักไว้บริการนักศึกษาชาติหรือไม่ หรือมีการติดต่อกับหอพักเอกชนข้างนอกให้กับนักศึกษาต่างชาติด้วยหรือไม่ 

        ดังนั้นควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ก่อนการตัดสินใจโดยสามารถรับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรไมนิจิ

 

Submit DocumentsSubmit Documents
ขั้นตอนที่ 2 การยื่นเอกสารใบสมัคร

        ยื่นเอกสารที่จำเป็นต่างๆ ในการสมัครกับทางศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรไมนิจิ เพื่อตรวจเอกสารต่างๆให้ครบถ้วนก่อนจัดส่งไปยังโรงเรียนสอนภาษา และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ควรตรวจเช็คระยะเวลาการเปิดรับสมัคร เพราะในแต่ละเขตจะปิดรับสมัครและปิดรับการยื่นเอกสารแตกต่างกันออกไป

เอกสารสำหรับการเรียนต่อระยะยาว

แบ่งเป็นส่วนของผู้สมัครและผู้ค้ำประกันดังนี้

เอกสารของผู้สมัคร

  ▪ ใบสมัครของสถาบัน (สามารถรับเอกสารการสมัครของแต่ละสถาบันได้ที่ไมนิจิฯ)
  ▪ สำเนาหนังสือเดินทาง Passport
     - สำเนาหน้าที่เคยเดินทางเข้า-ออก ประเทศญี่ปุ่น
  ▪ ทะเบียนบ้านฉบับจริง แบบ ทร.14/1 (ขอคัดจากอำเภอหรือเขต)
  ▪ เอกสารรับรองการศึกษา
     - ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
     - ใบแสดงผลการเรียน(Transcrip)มัธยมศึกษาตอนปลาย
     - ปริญญาบัตร ปริญญาตรี
     - ใบแสดงผลการเรียน(Transcrip)ปริญญาตรี (กรณีศึกษาอยู่)
     - หนังสือรับรองสถานะภาพนักศึกษา
     - Transcrip แสดงผลการเรียนจนถึงล่าสุด
  ▪ เอกสารรับรองการเรียนภาษาญี่ปุ่น (ถ้ามี)
     - Proficiency Test Certificate /ใบสอบวัดระดับ(กรณีสอบผ่านแล้ว)
     - ประกาศนียบัตร/หนังสือรับรองการผ่านการศึกษาภาษาญี่ปุ่น
  ▪ รูปถ่ายขนาด 3cm x 4cm จำนวน 8 รูป(ถ่ายไม่เกิน3เดือน)
  ▪ หนังสือรับรองการทำงาน (กรณีทำงานอยู่)

เอกสารของผู้ค้ำประกัน

  ▪ แบบฟอร์มรับรองการเป็นผู้สนับสนุนการเงิน
  ▪ ทะเบียนบ้านฉบับจริง แบบ ทร.14/1 (ขอคัดจากอำเภอหรือเขต)
  ▪ จดหมายรับรองสถานะการเงินจากธนาคาร(Certificate of Financial)
  ▪ เอกสารยืนยันรายได้ประจำ
     - หนังสือรับรองรายได้จากที่ทำงานปัจจุบัน
     - แบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีล่าสุด (ภงด.90,91)
  ▪ เอกสารยืนยันการเป็นเจ้าของธุรกิจ (กรณีมีธุรกิจเป็นของตนเอง)
     - หนังสือรับรองบริษัท/ใบจดทะเบียนการค้า
     - ทะเบียนผู้ถือหุ้น/หนังสือบริคณฑ์สนธิ
     - แบบแสดงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลปีล่าสุด (ภงด.50,51)
  ▪ กรณีใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของตนเอง
     - จดหมายรับรองสถานะการเงินจากธนาคาร(Certificate of Financial)
     - หนังสือรับรองรายได้จากสถานที่ทำงานปัจจุบัน
     - ทั้งนี้ เอกสารการสมัครและเอกสารอื่นๆต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

 

Check Documents

Check Documents
ขั้นตอนที่ 3 ส่งเอกสารไปที่สถาบันหรือโรงเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อตรวจสอบเอกสาร

        หลังจากรวบรวมเอกสารต่างได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทางไมนิจิฯ จะเป็นตัวแทนในการส่งเอกสารของผู้สมัครให้กับสถาบันหรือโรงเรียนภาษาที่นักเรียนทำการสมัคร จากนั้นทางโรงเรียนจะทำการตรวจเอกสารทั้งหมดและจัดส่งให้กับกองตรวจคนเข้าเมืองในแต่ละเขตพื้นที่ตามขั้นตอนต่อไป 

(ระยะเวลาในการพิจารณาเอกสารแตกต่างกันไปตามแต่ละเขตพื้นที่)

 

Inform ResultInform Result
ขั้นตอนที่ 4 การแจ้งผลการตอบรับ

        การแจ้งผลตอบรับให้กับผู้สมัคร กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่นจะออกหนังสือรับรองสถานภาพการพำนักที่เรียกว่าใบ COE หรือ Certificate of Eligibility ให้กับผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติ โดยทางสถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาแต่ละแห่ง จะทำการจัดส่งเอกสารฉบับสำเนาและ Invoice เพื่อชำระค่าเล่าเรียน มายังไมนิจิฯ และหลังจากนั้นไมนิจิฯจะทำการติดต่อผู้สมัครเพื่อรับเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

Transfer MoneyTransfer Money
ขั้นตอนที่ 5 การชำระค่าเล่าเรียน

        นักเรียนจะต้องชำระค่าเล่าเรียนโดยวิธีการโอนเงินโดยตรงไปยังบัญชีของโรงเรียนที่สมัครในประเทศญี่ปุ่น จากนั้นนำเอกสารการชำระเงินมอบให้กับไมนิจิฯ และรับใบ Certificate of Eligibility (C.O.E) ฉบับจริง เพื่อไปประกอบเอกสารการขอวีซ่า

 

Apply VisaApply Visa
ขั้นตอนที่ 6 การยื่นขอวีซ่า

        นักเรียนขอวีซ่าพร้อมเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนไปยื่น ณ สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยมีเอกสารที่จำเป็นดังต่อไปนี้

  ▪ Passport (มีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6เดือน และหน้าว่างไม่น้อยกว่า 2หน้า หากมีเล่มเก่ากรุณานำติดตัวไปด้วย)
  ▪ ใบคำร้องขอวีซ่า (รับได้ที่ไมนิจิ หรือดาวน์โหลดจากทางเว็ปไซต์ของสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย)
  ▪ รูปถ่าย 2x2 นิ้ว สีขาว-ดำ พื้นหลังสีอ่อนที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
  ▪ ใบตอบรับจากทางโรงเรียน (Certificate of Eligibility)ฉบับจริงและสำเนา 1ชุด
  ▪ ทะเบียนบ้านฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
  ▪ ผู้ที่เดินทางไปครั้งแรกหากเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลหลังจากที่เคยเดินทางไปแล้วกรุณานำเอกสาร แสดงการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หลังจากที่เคยเดินทาง
  ▪ ไปแล้วกรุณานำเอกสาร ใบเปลี่ยนชื่อ -นามสกุล หรือใบสำคัญสมรส/ใบสำคัญการหย่าแนบไปพร้อมเอกสารด้วย ฉบับจริงและสำเนา 1ชุด    ▪ เวลาในการยื่นเอกสารขอวีซ่าสำหรับนักเรียนระยะยาวคือช่วงบ่าย 13:30 น. - 16:00 น. (วันจันทร์-วันศุกร์) เท่านั้น 

        นอกจากนี้สถานทูตจะให้ใบนัดฟังผลในวันที่ ยื่นคำร้อง กรุณาตรวจสอบวันนัดรับหนังสือเดินทางตามที่ระบุไว้ในวันนัดฟังผล โดยที่สถานทูตจะคืนหนังสือเดินทางให้อีก 2 วันทำการถัดไปนับจากวันที่ยื่นคำร้อง ในเวลา 13:30 น. - 16:00 น. ในกรณีที่ได้รับการอนุมัติ วีซ่าจะติดในหนังสือเดินทางซึ่งวีซ่าที่ผู้สมัครจะได้รับเป็น Pre-College Visa หรือ College Visa 6 เดือน – 2 ปี ขึ้นอยู่กับสถานศึกษาที่นักเรียนสมัคร

 

Orientation
ขั้นตอนที่ 7 การปฐมนิเทศก่อนเดินทาง

        หลังจากผ่านขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ทางไมนิจิศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นคบวงจร จะทำการปฐมนิเทศ การเตรียมตัวก่อนเดินทาง รวมทั้งการให้ข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ หลังจากเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น การเตรียมเอกสารการทำธุรกรรมต่างๆ อาทิเช่น

  ▪ การทำบัตรต่างด้าว
  ▪ การทำประกันสุขภาพ
  ▪ การเปิดบัญชีธนาคาร
  ▪ การซื้อโทรศัพท์มือถือ

รวมถึงข้อมูลอื่นๆที่จำเป็นในการใช้ชีวิต ณ ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป็นประโยชน์แก่การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางสำหรับนักเรียนทุกคน

 

การเตรียมตัวก่อนไปศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น

หมายเหตุ : 

  ▪ ผู้ที่มีสิทธิในการสมัครเรียนต่อระยะยาว จะต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ และจบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่าแล้วเท่านั้น
  ▪ ในขั้นตอนที่ 3 หากผู้สมัครไม่ผ่านการพิจารณา ทางสถาบันสอนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่นจะไม่ทำ การคืนค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น
  ▪ ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆในการแปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น และค่าบริการต่างๆในการโอนเงินค่าสมัครและค่าเล่าเรียนไปยังสถาบันที่ประเทศญี่ปุ่น

 

 

  ▪ Passport (มีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6 เดือน และหน้าว่างไม่น้อยกว่า 2 หน้า หากมีเล่มเก่ากรุณานำติดตัวไปด้วย)
  ▪ ใบคำร้องขอวีซ่า (รับได้ที่ไมนิจิ หรือดาวน์โหลดจากทางเว็บไซต์ของสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย)
  ▪ รูปถ่าย 2x2 นิ้ว สีขาว-ดำ พื้นหลังสีอ่อนที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
  ▪ ใบตอบรับจากทางโรงเรียน (Acceptance Letter/Certificate of Admission) ฉบับจริงและสำเนา 1ชุด
  ▪ ทะเบียนบ้านฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
  ▪ ผู้ที่เดินทางไปครั้งแรกหากเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลหลังจากที่เคยเดินทางไปแล้วกรุณานำเอกสาร แสดงการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หลังจากที่เคยเดินทาง
  ▪ ไปแล้วกรุณานำเอกสาร ใบเปลี่ยนชื่อ -นามสกุล หรือใบสำคัญสมรส/ใบสำคัญการหย่าแนบไปพร้อมเอกสารด้วย ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
  ▪ ทะเบียนบ้านฉบับจริงและสำเนา1 ชุด
  ▪ เวลาในการยื่นเอกสารขอวีซ่าสำหรับนักเรียนระยะสั้นคือช่วงเช้า 8:00น. -11:15 น. (วันจันทร์-วันศุกร์) เท่านั้น

 

        นอกจากนี้สถานทูตจะให้ใบนัดฟังผลในวันที่ ยื่นคำร้อง กรุณาตรวจสอบวันนัดรับหนังสือเดินทางตามที่ระบุไว้ในวันนัดฟังผล โดยที่สถานทูตจะคืนหนังสือเดินทางให้อีก 2 วันทำการถัดไปนับจากวันที่ยื่นคำร้อง ในเวลา 13:30น-16:00 น. ในกรณีที่ได้รับการอนุมัติ วีซ่าจะติดในหนังสือเดินทางซึ่งวีซ่าที่ผู้สมัครจะได้รับเป็น "วีซ่านักท่องเที่ยว" (Tourist Visa) ที่สามารถพำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ไม่เกิน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ผู้ถือวีซ่านักท่องเที่ยวนั้นจะไม่ได้รับการอนุญาตให้ทำงานพิเศษ (part time หรือ Arubaito) ในระหว่างอยู่พำนักในประเทศญี่ปุ่น





สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (Japanese Embassy in Thailand)

เลขที่ 177 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ : 0-2207-8500 | 0-2696-3000 โทรสาร : 0-2207-8510
เวลาทำการ 8.30-12.00 น. และ 13.30-18.00 น.
แผนกกงสุล แผนกหนังสือเดินทางญี่ปุ่นใบรับรอง : 0-2207-8501 | 0-2696-3001
แผนกวีซ่า : 0-2207-8503 | 0-2696-3003 โทรสาร : 0-2207-8511
เวลาทำการ 8.30-11.45 น. และ 13.30-16.00 น.
สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ปิดทำการวันเสาร์ วันอาทิตย์ และ วันหยุด