21,October,2017

こんにちは!สวัสดีครับ มินนะซัง
เดี๋ยวนี้ใครๆก็สนใจอยากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น 
ไมนิจิคุงก็เลยนำข้อมูลเล็กๆน้อยๆแต่มีประโยชน์มากๆมาบอกทุกคนครับ

 

สิ่งที่ไมนิจิคุงจะมาบอกนั้นก็คือ “การเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตเป็นนักเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น” นั่นเอง มี 26 ขั้นตอนสำคัญ

เตรียมตัวให้พร้อมจะได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแบบเต็มอรรถรสกันไปเลย!

ขั้นตอนแรก...เตรียมกระเป๋าเดินทาง

  • ควรเลือกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเบาแต่บรรจุได้มาก

  • ควรเตรียมกระเป๋าใบเล็กไปด้วยเผื่อตอนช็อปปิ้ง

  • อย่าลืมติดป้ายชื่อและรายละเอียดบนกระเป๋าด้วยนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อควรระวัง!

  • ปัจจุบันสายการบินค่อนข้างเข้มงวดเรื่องขนาดกระเป๋ารวมถึงจำกัดเรื่องน้ำหนักกระเป๋าด้วย

  • กระเป๋านำขึ้นเครื่องห้ามเกิน 5 กก. กระเป๋าเดินทางไม่เกิน 25 - 30 กก. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบินต่างๆ

  • สำหรับนักเรียนที่ไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่นและต้องการขอเพิ่มน้ำหนักกระเป๋า ต้องแจ้งกับทางสายการบินซึ่งอาจจะขอเอกสารข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ใบตอบรับจากทางโรงเรียนหรือเอกสารที่ระบุว่าเป็นนักเรียนที่กำลังจะไปศึกษาต่อ โดยจะอนุญาตเฉพาะนักเรียนที่ไปศึกษาระยะยาวตั้งแต่ 6 เดือนหรือ 1 ปีขึ้นไปเท่านั้น อย่าลืม! ขอเผื่อตอนขากลับด้วยนะครับ

  • กระเป๋าที่นำขึ้นเครื่องห้ามมีของเหลวที่มีน้ำหนักเกิน 100 มล. รวมถึงวัสดุไวไฟและของมีคมทั้งหลาย

-------------------------------------------------------------------------------------------

ควรพกอะไรไปบ้าง ?


  • สิ่งจำเป็นในการจัดกระเป๋า คือ เสื้อผ้าสำหรับหน้าร้อนและหน้าหนาว รองเท้าลำลอง ยาสามัญหรือยาประจำตัว รวมถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน

  • หากต้องการทำอาหารไทยทานเอง สามารถซื้อวัตถุดิบได้ที่ Asian store ในญี่ปุ่น ส่วนอุปกรณ์ในครัวสามารถหาซื้อได้ตาม Discount Store ซึ่งราคาไม่แพงมาก

 

ขั้นตอนที่ 2….เตรียมเอกสารสำคัญให้เรียบร้อย

  • ข้อมูลที่พัก

  • ใบตอบรับจากทางโรงเรียน

  • สำเนาตั๋วเครื่องบิน

  • รูปถ่ายขนาด 1 - 2 นิ้ว

อย่าลืม ! ถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินนะครับ

 

ขั้นตอนที่ 3...เตรียมเงินให้พร้อม

  • หากยังไม่ได้เปิดบัญชี นักเรียนสามารถใช้บัตร ATM ของธนาคารใดก็ได้ที่มีเครื่องหมายพลัส หรือ Cirrus

  • สามารถนำไปเบิกได้ที่ตู้เบิกเงินอัตโนมัติที่มีเครื่องหมายพลัสติดอยู่หรือได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่งรวมถึงธนาคาร Citibank และร้านสะดวกซื้อ 7-eleven ทั่วประเทศญี่ปุ่น

  • อัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นลงและคำนวณตามวันที่ถอนเงิน นอกจากนี้นักเรียนสามารถนำเช็คเดินทาง(traveller cheque) ไปได้และนำไปแลกเป็นเงินสดได้ที่ธนาคารครับ

 

ขั้นตอนที่ 4...อย่าลืมพกดิกฯหรือพจนานุกรม

  • นักเรียนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นมาก่อนหรือมาจากประเทศที่ไม่มีพื้นฐานการใช้อักษรคันจิอยู่แล้ว แนะนำให้นำพจนานุกรมไทย-ญี่ปุ่น / ญี่ปุ่น-ไทยและตำราเรียนอธิบายไวยกรณ์ติดตัวกันไปด้วยนะครับ

 

ขั้นตอนที่ 5...อุปกรณ์เสริม

  • สำหรับใครที่จะนำอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นไปด้วย เช่น กล้องถ่ายภาพ ไดร์เป่าผม หรือ lap-top เป็นต้น ควรเช็คเรื่องกระแสไฟฟ้าให้เรียบร้อย ในประเทศญี่ปุ่นใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลต์ ในขณะที่ประเทศไทยใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ครับ

  • อุปกรณ์บางชนิดสามารถใช้ได้ทั้ง 2 ประเทศ แต่บางประเภทจำเป็นต้องใช้เครื่องแปลงไฟ (Adapter)

  • ควรเตรียมเต้าเสียบชนิด 2 ขาแบบแบนไปด้วย หรือสามารถหาซื้อได้ตามร้านไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น ราคาประมาณ 200 - 300 เยนเท่านั้นครับ

 

ขั้นตอนที่ 6...ตรวจสุขภาพร่างกาย

  • ก่อนเดินทางนักเรียนควรทำการตรวจร่างกายให้พร้อม

  • หากมีโรคประจำตัวควรให้แพทย์ออกใบสั่งยาที่ใช้ประจำหรือยาที่แพ้ด้วยนะครับ

 

ขั้นตอนที่ 7...เมื่อถึงญี่ปุ่น

  • เมื่อไปถึงประเทศญี่ปุ่นด่านแรกที่ต้องเตรียมความพร้อม คือ ด่านตรวจคนเข้าเมืองให้นักเรียนเข้าช่อง “Foreigner” เนื่องจากนักเรียนมาใช้ชีวิตอยู่ประเทศญี่ปุ่นระยะยาว ดังนั้นเจ้าหน้าที่อาจมีคำถามพร้อมรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมครับ

  • ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะต้องผ่านการถ่ายภาพที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วจะต้องผ่านการตรวจเช็คลายนิ้วมือ โดยจะต้องใช้นิ้วชี้วางบนเครื่องสแกนลายนิ้วมือ เพื่อเก็บประวัติ ซึ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นั้นจะมีคำอธิบายภาษาไทยเพื่อให้เข้าใจง่าย

  • เมื่อผ่านด่านเรียบร้อยนักเรียนสามารถรับกระเป๋าเดินทางได้ที่สายพานโดยตรวจช่องรับได้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์โดยดูจากสายการบินที่เดินทางมา

  • ด่านสุดท้ายคือด่านศุลกากรซึ่งมีช่องแดงสำหรับผู้นำเหล้า บุหรี่ หรือน้ำหอม ที่มีราคาเกินกำหนดจะต้องเสียภาษี และช่องเขียวสำหรับผู้ที่ไม่มีของต้องสำแดง

 

ขั้นตอนที่ 8...ณ สนามบิน

  • จากท่าอากาศยานต่างๆหากนักเรียนที่เดินทางไปยังที่พักด้วยตนเองสามารถเลือกการเดินทางโดยรถไฟซึ่งแต่ละเมืองจะมีรถไฟจากท่าอากาศยานไปยังกลางเมืองหรือรถลีมูซีน (Limousine Bus) ซึ่งจะจอดตามจุดหลักในเมืองและโรงแรมใหญ่

  • ข้อดีของการใช้รถลีมูซีน คือนักเรียนสามารถฝากกระเป๋าให้พนักงานโหลดใต้ท้องรถโดยพนักงานจะยื่นใบรับของ ให้ตามจำนวนกระเป๋าที่ฝากครับ

 

ขั้นตอนที่ 9...บัตรต่างด้าว

  • ผู้ที่ได้รับการออกบัตรคือชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเกิน 3 เดือน

  • กรณีมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือสถานศึกษา หนังสือเดินทางหมดอายุ เปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ทำบัตรหาย ฯลฯ ให้แจ้งที่ว่าการเขตภายใน 14 วันนะครับ

  • เอกสารที่ต้องใช้ : แบบฟอร์มจดทะเบียนชาวต่างด้าว หนังสือเดินทาง รูปถ่ายขนาด 4.5 x 3.5 ซม.(หน้าตรง ไม่สวมหมวก และถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)

 

ขั้นตอนที่ 10...บัญชีธนาคาร

  • การเปิดบัญชีที่ญี่ปุ่น สามารถเริ่มเปิดบัญชีได้ที่ 1 เยนเลยครับ

  • นักเรียนจำเป็นต้องเตรียมเอกสารและตราประทับ “印鑑”(inkan) ใช้แทนการเซ็นชื่อ

  • การเปิด ATM จะใช้เวลาดำเนินการ 1 สัปดาห์

  • สามารถทำการถอนได้ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 19.00 น. / วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 09.00 - 17.00 น. ***หากนอกว่าเวลาทำการจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 105 เยน

  • สามารถแจ้งขอชำระค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคต่างๆผ่านธนาคารได้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ

  • เอกสารที่ต้องใช้ : แบบฟอร์มการเปิดบัญชี หนังสือเดินทาง บัตรนักศึกษา บัตรประจำตัวคนต่างชาติ(แต่ละแห่งอาจขอเอกสารแตกต่างกันไป)

 

ขั้นตอนที่ 11...ประกันชีวิต

  • ประกันสุขภาพแห่งชาติ คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า “国民保険”(kokuminhoken)

  • ประกันสุขภาพแห่งชาติจำเป็นต่อนักเรียนมาก แม้ว่าจะทำประกันจากไทยไปแล้วก็ควรจะทำประกันนี้ด้วย เพราะว่าเพียงแค่ยื่นบัตรนี้นักเรียนจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเพียง 20 - 30%

  • สามารถทำประกันได้ที่แผนกประกันสุขภาพที่ที่ว่าการเขตที่อยู่อาศัย

  • นักศึกษาที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาวิทยาลัยสามารถสมัครได้ในวันที่ทำบัตรประจำตัวคนต่างชาติได้เลยที่แผนกประกันสุขภาพ

  • ผู้ทำประกันจะต้องเสียค่าเบี้ยรายเดือน ซึ่งแต่ละเขตจะแตกต่างกันไปตามรายได้และภาษีอากรของเขตนั้นๆ

  • นักศึกษาต่างชาติที่ยังไม่มีรายได้จะได้รับการลดหย่อนค่าเบี้นยประกัน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1200 เยน/เดือน ซึ่งสามารถได้ที่ร้านสะดวกซื้อ ไปรษณียื หรือหักจากบัญชีธนาคารครับ

  • เอกสารที่ต้องใช้ : หนังสือเดินทาง บัตรนักศึกษา บัตรประจำตัวคนต่างชาติ

 

ขั้นตอนที่ 12...โทรศัพท์มือถือ

  • การซื้อโทรศัพท์ในประเทศญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างสะดวกมาก สามารถเปิดใช้บริการได้ทันทีเมื่อซื้อเครื่องเสร็จเรียบร้อย

  • สามารถเลือกโทรศัพท์ประเภท Pre-Paid คือจ่ายชำระล่วงหน้าและสามารถเติมเงินได้เมื่อหมดเครดิต แต่ประเภทนี้ค่าโทรศัพท์ค่อนข้างสูงจึงไม่ค่อยอยากแนะนำ ยกเว้นนักเรียนที่เดินทางมาเพียงระยะสั้นและต้องการใช้เพื่อให้ทางบ้านสะดวกต่อการติดต่อเข้ามาเท่านั้น

  • ส่วนมากนักเรียนจะใช้บริการแบบรายเดือนเหมือนในบ้านเราซึ่งสามารถเลือกโปรโมชั่นที่เหมาะสมต่อการใช้งานของตนเอง

  • นักเรียนส่วนมากนิยมใช้ยี่ห้อ “AU” เนื่องจากมีโปรโมชั่นที่เสนอพิเศษต่อกลุ่มนักเรียน นักศึกษา

  • แต่ทั้งนี้ระยะหลังยี่ห้อ Softbank และ Docomo จะเสนอโปรโมชั่นโทรฟรีสำหรับผู้ที่ใช้ยี่ห้อเดียวกันจึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

 

ขั้นตอนที่ 13...ซิมการ์ด

  • ด้วยข้อจำกัดของกฎหมายญี่ปุ่นเกี่ยวกับการจำหน่ายซิมมือถือ ทำให้การซื้อซิมโทรศัพท์ของชาวต่างชาติกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวยิ่งนัก จนทำให้ธุรกิจเช่ามือถือ เช่า Pocket wifi เช่า Sim card เป็นที่นิยมและกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะไปเยือนญี่ปุ่น แต่เนื่องด้วยธุรกิจที่เป็นการเช่าทำให้หลายครั้งต้องเผื่อเวลาในการยืมและคืนพอสมควร อีกทั้งค่าใช้จ่าที่คิดเป็นรายวันทำให้ค่อนข้างสิ้นเปลืองสำหรับการท่องเที่ยวหลายๆวัน

  • อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการหลายเจ้าในญี่ปุ่นเริ่มเล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจจากข้อจำกัดนี้ และมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวและหนึ่งในนั้นคือ Sony company ที่ได้ออก NET-Sim ใหม่ So-net Prepaid LTE SIM เมื่อกดมาแล้วเราจะได้ซิมการ์ด พร้อมคู่มือสำหรับการตั้งค่าเบื้องต้นที่มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยพร้อมใส่มือถือเราได้ทันที

-----------------------------------------------------

สำหรับผู้ใช้จ่ายจำเป็นต้องเตรียมพร้อมคือเข็มจิ้มถาดซิม และสำหรับคู่มือการตั้งค่านั้นอธิบายได้ละเอียดและง่ายต่อการตั้งค่าโดยมีขั้นตอนหลักๆคือ

1.ตั้งค่า APN ในโทรศัพท์มือถือของเรา

2.ใช้ Wifi ของสนามบินเข้าไปที่เว็บ

http://www.so-net.ne.jp/prepaid/u/activateGuide/

กรอก username - password หลังซอง Simcard ก็สามารถใช้งานได้ทันที


ซิมเหล่านี้ถือว่าเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างสะดวกนะครับเพราะว่า...

  • ไม่ต้องเสียเวลาจอง รับของและคืนของ

  • ไม่ต้องเสียค่าเช่าเป็นรายวัน ซึ่งไม่ค่อยคุ้มสำหรับคนเที่ยวนานๆ

  • ไม่ต้องพกอุปกรณ์หลายอย่างทั้งมือถือ Pocket-Wifi หรือ Powerbank

 

ขั้นตอนที่ 14...อินเทอร์เน็ต

  • สำหรับนักเรียนท่านใดที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตในที่พักจำเป็นต้องเช็คกับเจ้าหน้าที่ว่ามีการติดต่อกับบริการใดไว้แล้วจึงสามารถติดต่อให้ตัวแทนของบริษัทนั้นๆ มาติดตั้งการใช้บริการโดยกรอกแบบฟอร์มและนัดวันที่ให้เค้ามาติดตั้งโดยทาบริษัทจะจัดส่ง username และ password มาให้ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ เนื่องจากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่นมีจำนวนมากจึงมีบริษัทที่เสนอการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงออกมามากมาย อาทิ Big Globe, OCN, NTT, Yahoo BB เป็นต้น

  • บริการจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ADSL โดยเชื่อมกับสายโทรศัพท์ธรรมดาแต่ส่วนมากจะเปลี่ยนมาใช้แบบใยแก้วนำแสงซึ่งจะมีความเร็วสูงสุดในญี่ปุ่นที่เรียกว่า Hikari Fiber ซึ่งมีบริการ Hilkari FLETs ค่าใช้จ่ายประมาณ 980 - 2,000 เยน/เดือน ขึ้นอยู่กับความเร็ว อาทิ 4GB ราคา 1,280 เยน/เดือน เป็นต้น

  • นักเรียนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตโดยระบบ Wireless และ 3G ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวญี่ปุ่น เนื่องจากพกพาสะดวกและสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว

  • มีบริการ Internet Cafe ตามจุดต่างๆทั่วไปซึ่งนอกเหนือจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตแล้วยังสามารถเล่นเกมส์ อ่านการ์ตูน อาบน้ำ ดูหนัง ฯลฯ โดยสามารถจ่ายเป็นรายชั่วโมงหรือซื้อเป็นแพ็คเกจได้

  • มี Pocket wifi ที่เป็นพอร์ทในการกระจายสัญญาณให้กับโทรศัพท์โดยสามารถใช้ได้ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศญี่ปุ่นครับ

 

ขั้นตอนที่ 15….งานพาร์ทไทม์

  • นักเรียนที่ศึกษาในญี่ปุ่นนั้นส่วนหนึ่งนิยมทำงานพิเศษซึ่งช่วยในการฝึกฝนเรื่องภาษาและมีรายรับในระหว่างศึกษาอยู่ ทั้งนี้นักเรียนควรระมัดระวังเรื่องการแบ่งเวลาในการทำงานให้ถูกต้องมิให้มีผลกระทบต่อการเรียน มิฉะนั้นจะมีผลต่อการต่อวีซ่าในการพำนักอยู่ในญี่ปุ่น

  • วีซ่านักศึกศึกษาก่อนวิทยาลัย (Pre-College Visa) สามารถทำงานได้สัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง

  • วีซ่านักศึกษาวิทยาลัย (College Visa) สามารถทำงานได้สัปดาห์ละ 28 ชั่วโมง

  • นักเรียนที่สามารถทำงานได้นั้นจะต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

  • อยู่ในญี่ปุ่นครบ 90 วัน

  • งานที่ทำนั้นห้ามเป็นงานที่ผิดต่อกฎหมาย อาทิ คาราโอเกะ บาร์ ฯลฯ

  • การหางานพิเศษนั้นสามารถดูตามป้ายประกาศของแต่ละสถาบันหรือตามนิตยสารประกาศรับพนักงานที่มีวางอยู่ตามสถานีต่างๆ หรือมาจากการแนะนำจากเพื่อนๆเสียส่วนใหญ่

  • งานที่นักเรียนนิยมทำส่วนมากคือ พนักงานในร้านอาหารไทย รับสอนภาษาไทยให้กับชาวญี่ปุ่น พนักงานขายในร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหาร fast food ต่างๆ เป็นต้น

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

ไมนิจิ อะคาเดมิคกรุ๊ป ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร

Japan-One-Stop-Service-Center

www.study-in-japan.com

TEL.02-658-0555 ต่อ 109, 110

 

 

280 View
Last Update : 19 April 2017 11:18