22,October,2017
 
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นหลักสูตรการเรียน 3 ปี ต่อจากมัธยมศึกษาตอนต้น สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ประเทศญี่ปุ่น ควรจะพิจารณาเงื่อนไขเบื้องต้นในการรับนักเรียนต่างชาติดังนี้ เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนของโรงเรียนพี่โรงเรียนน้องกับโรงเรียนที่ญี่ปุ่น เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนของกลุ่มที่ดำเนินการแลกเปลี่ยนนักเรียน เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของ ไมนิจิ อะคาเดมิค กรุ๊ป Mainichi Japanese Exchange Scholarship (MJES) ทั้งนี้ นักเรียนแลกเปลี่ยนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายนั้น จะได้รับสถานภาพการพำนักเป็นแบบ "นักศึกษาก่อนวิทยาลัย"ในกรณีที่มิใช่นักเรียนแลกเปลี่ยน สำหรับนักเรียนที่มีพื้นฐานความรู้ภาษาญี่ปุ่นไม่เพียงพอ โรงเรียนนานาชาติก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ปัจจุบันโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายของญี่ปุ่นที่สอนภาษาอังกฤษนั้นมีน้อยมาก อาทิเช่น โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรภาษาอังกฤษ : KAIS International School โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น : Meitoku Gijuku Senior High School เงื่อนไขการรับนักเรียนต่างชาติของโรงเรียนมัธยมศึกษา Meitoku Gijuku Senior High School มีดังนี้ หลักสูตร 1 ปี :เข้าเรียนภาคเดือน เมษายน ต้องเป็นนักเรียนที่เรียนจบ มัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วเท่านั้น หลักสูตร 1 ปี 6 เดือน :เข้าเรียนภาคเดือน ตุลาคม ต้องเป็นนักเรียนที่เรียนจบ มัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วเท่านั้น หลักสูตร 3 ปี :เข้าเรียนภาคเดือน เมษายน ต้องเป็นนักเรียนที่เรียนจบ มัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือกำลังศึกษามัธยมชั้นปีที่4หรือ 5 หลักสูตร 3 ปี 6 เดือน :เข้าเรียนภาคเดือน ตุลาคม ต้องเป็นนักเรียนที่เรียนจบ มัธยมศึกษาปีที่3 หรือกำลังศึกษามัธยมชั้นปีที่4หรือ5 ทุกหลักสูตรเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับวุฒิการศึกษาเทียบเท่า การจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายของประเทศญี่ปุ่น ตามระบบของกระทรวงทรวงศึกษาธิการ กรณีหลักสูตร 3 ปี และ 3 ปีครึ่ง สำหรับนักเรียนต่างชาติที่กำลังเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ 5 ที่ประเทศของตนเอง จำเป็นจะต้องเรียนซ้ำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามระบบของโรงเรียนมัธยมศึกษา Meitoku Gijuku Senior High School และกฏของกระทรวงศึกษาธิการประเทศญี่ปุ่น
โรงเรียนเปิดรับนักเรียนต่างชาติมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันมีนักเรียนต่างชาติอยู่ที่โรงเรียนกว่า 120 คน จึงมีประสบการณ์ในการดูแลนักเรียนต่างชาติมายาวนาน ทำให้ผู้สอนรู้วิธีการที่จะทำให้นักเรียนต่างชาติเรียนรู้ได้เร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเห็นได้จากการที่ศิษย์เก่าของโรงเรียนสามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ชั้นนำของญี่ปุ่นได้เช่น Osaka University, Waseda University และมหาวิทยาลัยอื่นๆ
โรงเรียน มัธยมศึกษา เมโทคุ กิจุกุ เปิดดำเนินการสอนตั้งแต่ปี คศ.1973 เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขต Kochi มีอาณาบริเวณที่กว้างขวาง และทางโรงเรียนมีประสบการณ์รับนักเรียนต่างชาติมาเป็นเวลานาน มีชื่อเสียงทั้งด้านการสอน และด้านกีฬา ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างดีในญี่ปุ่น มีแคมปัส 2 แห่งในโรงเรียน ได้แก่ Donoura และ Ryu International Campus มีการจัดระบบการเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติโดบเฉพาะ รวมถึงมีชมรมกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็นโอกาสให้นักเรียนได้เข้าร่วม ปัจจุบันมีนักเรียนต่างชาติในโรงเรียนกว่า 120 คน

ที่ตั้งสถาบัน : 564 Ryu Usa Cho, Tosa City, Kochi Japan 781-1165
โฮมเพจ : http://www.meitoku-gijuku.ed.jp
สามารถเลือกหลักสูตรให้เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถของผู้เรียน ทางโรงเรียนได้จัดหลักสูตรไว้ 4 หลักสูตรด้วยกันโดยพิจารณาจากผลการทดสอบทางภาษาและความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก 1. หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น (หลักสูตรเร่งรัด2) ... เน้นศึกษาภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก ปีที่ 1 ในภาคเรียนแรกจะมุ่งเน้นในการเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก ปีที่ 2 เลื่อนชั้นสู่หลักสูตรเร่งรัด2 หรือผู้เรียนสามารถเลือกเรียนหลักสูตรอื่นได้ตามความสามารถ เช่น เข้าเรียนหลักสูตรเร่งรัด1 เข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ (ปี2) หรือเลือกเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนแบบเข้มข้นตั้งแต่ชั้นปี ที่ 1 (จะใช้เวลาเรียน 3 ปี รวมระยะเวลาที่เรียนที่โรงเรียนทั้งสิ้น 4 ปี) ปีที่ 3 จะเป็นการเรียนต่อเนื่องจากปีที่2 ตามสาขาวิชาที่ผู้เรียนเลือกและผู้เรียนจะมีฐานะเทียบเท่ากับนักเรียนชั้นปีที่ 3
*ผู้เรียนสามารถจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้ในระยะเวลา 3 ปีในกรณีที่เลือกหลักสูตรเร่งรัด 2 หรือเร่งรัด 1 2. หลักสูตรภาษาอังกฤษ ... ในปีที่2 จะเน้นไปที่การเรียนรู้ภาษาอังกฤษในประเทศ เจ้าของภาษา โดยมีเป้าหมายเพื่อที่จะให้ผู้เรียนสามารถพูดได้ 3 ภาษา ผู้ที่จะเข้าหลักสูตรนี้ได้จะต้องมีความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นเทียบเท่าระดับ 2 ซึ่งในปีที่ 2 นักเรียนจะถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งทางโรงเรียนเมโตคุมีพันธะสัญญาด้วย เป็นระยะเวลา 10 เดือนสำหรับระยะยาว หรือ 1-3 เดือนสำหรับระยะสั้น 3. หลักสูตรภาษาจีน ... ในปีที่2ผู้เรียนจะได้ไปเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีน โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีความชำนาญในการใช้ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาจีน ผู้ที่จะเข้าหลักสูตรนี้ได้จะต้องมีความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นเทียบเท่าระดับ2 ซึ่งในปีที่ 2 นักเรียนจะถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนในประเทศจีนซึ่งทางโรงเรียนเมโตคุ มีพันธะสัญญาด้วย เป็นระยะเวลา 10 เดือนสำหรับระยะยาวหรือ1-3เดือนสำหรับระยะสั้น 4. หลักสูตรพิเศษ 1 ...เรียนสายสามัญเพื่อมุ่งเน้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั้งของภาค รัฐและภาคเอกชน ผู้ที่จะเข้าหลักสูตรนี้ได้ต้องมีความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นเทียบเท่าระดับ 1 และสามารถเข้าใจภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ในระดับม.ปลายได้
นอกเหนือจากภาษาญี่ปุ่นแล้วผู้เรียนจะได้เรียนรู้หลักสูตรทางด้านวัฒนธรรมด้วย

1. เรียนรู้วัฒนธรรมของญี่ปุ่น... ทางโรงเรียนได้บรรจุวิชาการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน

2. โรงเรียนจะมีกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ (3วัน) ... นักเรียนต่างชาตินอกเหนือจากการมาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว นักเรียนจะได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมการดำเนินชีวิตของคนญี่ปุ่นและได้เรียนรู้ถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันที่นี่ก็จะทำให้นักเรียนได้ทำความสนิทสนมกับเพื่อนใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

3. มีการทัศนศึกษานอกสถานที่ เช่น ที่โตเกียวหรือโอซากา (3วัน) ...กิจกรรมดังกล่าวเพื่อที่จะให้นักเรียนได้พัฒนาระดับทางภาษาญี่ปุ่นผ่านทางการเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรมผ่านทางประสบการณ์จริง

4. เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วยตัวเองในช่วงสุดสัปดาห์ ...ในช่วงสุดสัปดาห์ทางโรงเรียนจะอนุญาตให้ผู้เรียนสามารถเข้าไปเที่ยวซื้อของในเมืองหรือบริเวณใกล้เคียงได้ (2สัปดาห์ จะให้ไปได้ 1 ครั้ง)

5. กิจกรรมที่ไม่มีใครเหมือน ...ในปัจจุบันนี้การ์ตูนญี่ปุ่นได้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นอย่างหนึ่งไปแล้ว ทางโรงเรียนจึงสนับสนุนให้นักเรียนที่สนใจได้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับการ์ตูนได้ เช่น โครงการประกวดการ์ตูน (มังกะโคชิเฮ็น) ซึ่งเป็นการประกวดการ์ตูนระดับประเทศของญี่ปุ่น นอกจากการ์ตูนแล้วการเดินทางไปอาบน้ำที่บ่อน้ำพุร้อนก็ถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่เลื่องชื่อของญี่ปุ่นด้วย ดังนั้นทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมพานักเรียนไปอาบที่น้ำพุร้อนที่ชื่อเสียง ที่ตั้งในบริเวณใกล้เคียงด้วยเช่นกัน จะมีอาจารย์คอยให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงเรียน

* ถ้านักเรียนมีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องการเรียน เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องการปรับตัว สามารถปรึกษากับทางคณาจารย์ของทางโรงเรียนได้ตลอดเวลา

* เพื่อการเรียนที่สามารถเข้าถึงนักเรียนได้อย่างทั่วถึง โรงเรียนได้กำหนดจำนวนนักเรียนต่อชั้นน้อยกว่า 30 คน ซึ่งอาจารย์สามารถดูแลนักเรียนได้อย่างใกล้ชิด

มีชมรมที่ให้นักเรียนเข้าร่วมที่หลากหลาย อาทิ ชมรมคอมพิวเตอร์ ดนตรี เคนโด้ เทนนิส ว่ายน้ำ ยิงธนู กอลฟ์ ละคร วอลเล่ย์บอล ซูโม่
โรงเรียนตั้งอยู่ในเมืองที่เงียบสงบ มีหอพักที่ทันสมัยปลอดภัย
นักเรียนของโรงเรียนกว่าร้อยละ 70 เป็นนักเรียนประจำ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 600 คน ในจำนวนนี้ก็มีนักเรียนต่างชาติรวมอยู่ด้วยกว่า 100 คน ในแต่ละชั้นของทุกหอพัก จะมีอาจารย์ประจำดูแลอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังมีโรงอาหาร และตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติไว้คอยให้บริการนักเรียนด้วย จึงไม่มีปัญหาเรื่องของความปลอดภัยและอาหารการกิน การใช้ชีวิตในหอพักนอกเหนือจากการเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นแล้ว นักเรียนยังได้เรียนรู้ถึงการช่วยเหลือตัวเองรวมไปถึงการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น การใช้ชีวิตร่วมกันในหอพัก ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนๆ ได้มากขึ้นด้วย ไม่เพียงแต่เฉพาะในหอพักเท่านั้น ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นักเรียนอาจจะไปเที่ยวหรือไปพักบ้านเพื่อนได้ด้วย นอกจากนี้ เมืองโคจิที่โรงเรียนตั้งอยู่นั้น ถือเป็นเมืองที่มีความเงียบสงบปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น จึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยในการเข้าไปเที่ยวในเมืองคนเดียว มีหลักสูตรพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาญี่ปุ่น ทางโรงเรียนสนับสนุนให้นักเรียนต่างชาติได้ทดสอบวัดระดับความรู้ทาง ภาษาญี่ปุ่นอยู่เสมอดังนั้นทางโรงเรียนจึงจัดชั้นเรียนพิเศษ สำหรับเตรียมความพร้อมในการสอบโดยเฉพาะมุ่งเน้นที่จะให้นักเรียนต่างชาติสามารถสอบผ่านในระดับ 1 ซึ่งถือเป็นระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นในระดับสูงสุดให้ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนสำหรับการสอบวัดระดับ ความสามารถด้านอื่นๆ ด้วยเช่น ด้านภาษาอังกฤษ, TOEFL, TOEIC, การสอบวัดระดับความรู้ทางด้านตัวอักษรจีนเป็นต้น เนื่องด้วยการสอบวัดความรู้แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงดังนั้น ทางโรงเรียนจึงมุ่งเน้นให้นักเรียนทุกคนมีความพร้อมสูงที่สุดในการสอบ
จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ และสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย
รู้จักรักษากฎระเบียบ วินัยของทางโรงเรียน

ระยะเวลาที่เรียน : มัธยมปลายปีที่ 4-6 รวม 3 ปี
เปิดเรียน : เดือนเมษายนของทุกปี
จำนวนนักเรียนต่างชาติที่เปิดรับสมัคร : 30 คน
ช่วงเปิดรับสมัคร : 20 สิงหาคม – 30 พฤศจิกายน ของทุกๆปี
ช่วงสอบเข้า : เดือนธันวาคม
เนื้อหาข้อสอบ : สอบสัมภาษณ์ และข้อเขียน ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
การประกาศผล : ประกาศในวันเดียวกับวันสอบ
ช่วงเวลามอบตัว : เข้าพอพัก วันที่ 8 เมษายน
ปฐมนิเทศ วันที่ 9 เมษายน
พิธีต้อนรับนักเรียน วันที่ 10 เมษายน
เริ่มเรียน วันที่ 11 เมษายน
**** เฉพาะปีแรก ( รวม 1-6 ) = 1,800,000 เยน / ปี *** ปีที่ 2 และ 3 = 1,500,000 เยน / ปี ** ราคานี้ยังไม่รวมค่าชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนอีกประมาณ 180,000-220,000 เยน * หน่วย : เยน (100 เยน ประมาณ 35 บาท)
* Application Form (ใบสมัคร)
* House Registration (ทะเบียนบ้านฉบับจริง)
* Reason for Study Overseas and Future Plans (คำอธิบายสาเหตุที่ต้องการเรียน)
* Financial Guarantor’s Consent for Study Overseas (ใบรับรองเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนักเรียนจากผู้ปกครอง)
* Guarantor’s Bank Statement (เอกสารรับรองสถานะการเงินจากธนาคาร)
* 4 Photographs (รูปถ่าย 4 cm x 3 cm)
* Transcript (ใบรับรองผลการเรียน)
* Copy of Passport (สำเนาพาสสปอร์ต)
* Guarantor’s Annual Income Certificate (เอกสารแสดงรายได้ต่อปี ปีล่าสุด)
 

34,245 View
Last Update : 18 July 2010 19:58