22,October,2017
 
เรียนภาษา ณ ประเทศญี่ปุ่นระยะยาว 6 เดือน ถึง 2 ปี
การเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อให้เกิดทักษะทั้งประสิทธิภาพ และประสิทธิผลทั้ง 4 ด้าน อันได้แก่ การพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน จำเป็นต้องใช้เวลาและการฝึกฝน รวมถึงการใช้งานจริงและในสถานะการณ์จริง ดังนั้นนักเรียนหลายคน ที่วางแผนเรียนต่อในระดับสูง ณ ประเทศญี่ปุ่น ทั้งการเรียนเพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านภาษาเพียงอย่างเดียว หรือการเตรียมภาษาเพื่อเข้าเรียนต่อระดับสูงเช่น วิทยาลัยวิชาชีพเฉพาะทาง,มหาวิทยาลัย,บัณฑิตวิทยาลัย ปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก หลักสูตรภาษาญี่ปุ่น นักเรียนหรือบุคคลทั่วไป ต้องมีความรู้ทางด้านภาษาญี่ปุ่นอย่างน้อย ระดับ 2 หรือ ระดับ1 ขึ้นไป ดังนั้น การเรียนภาษาในระยะยาวตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความต้องการในการเตรียมพร้อมของทักษะทางด้านภาษาญี่ปุ่น โดยส่วนใหญ่นักเรียนที่มีแผนการเรียนต่อในระดับสูงขึ้นไป จำเป็นต้องผ่านการเรียนในหลักสูตรดังกล่าวนี้ และสามารถเลือกโรงเรียนสอนภาษาที่มีการวางแผนหลักสูตรให้ตรงตามความต้องการของผู้เรียน อาทิเช่น การเรียนภาษาญี่ปุ่น ชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นสูงและหลักสูตรเพิ่มเติม อาทิเช่น ภาษาญี่ปุ่นเชิงธุรกิจ,ภาษาญี่ปุ่นสำหรับการท่องเที่ยวและการโรงแรม หรือ ภาษาญี่ปุ่นสำหรับการเตรียมพร้อมสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้น โรงเรียนสอนภาษาแต่ละแห่งมีหลักสูตรเหล่านี้แตกต่างกันไป นักเรียนสามารถสอบถามข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเจ้าหน้าที่ของไมนิจิศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจร
7 ขั้นตอนการสมัคร สำหรับการเรียนเรียนต่อแบบระยะยาว 6เดือน-2ปี ผู้สมัครจำเป็นต้องดำเนินการเรื่องการส่งเอกสารการสมัครล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4-6 เดือน ทั้งนี้ สถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาแต่ละเขตจะปิดรับสมัครไม่พร้อมกันโดยส่วนใหญ่เขต คันโต ได้แก่ โตเกียว,จิบะ,ไซตามะ,กุมมะ,ฯลฯ จะปิดรับสมัครก่อนเขตอื่นๆประมาณ1 เดือน ตัวอย่างเช่น ภาคเรียน เมษายน ต้องยื่นใบสมัครภายในเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน ภาคเรียน ตุลาคม ต้องยื่นใบสมัครภายในเดือน เมษายน-พฤษภาคม สถาบันบางแห่งจะเปิดรับสมัครเข้าเรียนภาค มกราคมและกรกฎาคมแต่จะมีอยู่ไม่มากนัก (สามารถเช็ครายละเอียดของแต่ละสถาบันได้ที่ ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรไมนิจิ) ผู้ที่มีสิทธิ์ในการสมัครเรียนต่อระยะยาวจะต้องมีอายุ18ปี บริบูรณ์ และจบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่าแล้วเท่านั้น
Choose Institution
ขั้นตอนที่ 1:การเลือกสถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษา

เป็นปัจจัยที่สำคัญในการไปเรียนต่อระยะยาว ณ ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากการเรียนแบบระยะยาวนั้น สถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาที่ผู้สมัครเลือกจะต้องสถาบันที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของผู้สมัคร เริ่มตั้งแต่เขตหรือเมืองที่ต้องการไปพำนักหรืออาศัยอยู่ ปัจจัยเรื่องค่าครองชีพ สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่พื้นฐาน จากนั้นควรเปรียบเทียบหลักสูตร กิจกรรม รวมถึงค่าเล่าเรียน ของแต่ละสถาบันซึ่งบางสถาบันสามารถแบ่งจ่ายได้เป็นรายเทอม หรือบางสถาบันอาจเรียกเก็บเป็นรายปี รวมถึงแต่ละสถาบันมีหอพักไว้บริการนักศึกษาชาติหรือไม่ หรือมีการติดต่อกับหอพักเอกชนข้างนอกให้กับนักศึกษาต่างชาติด้วยหรือไม่
ดังนั้นควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ ก่อนการตัดสินใจโดยสามารถรับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรไมนิจิ
Submit Documents
ขั้นตอนที่ 2: การยื่นเอกสารใบสมัคร

ยื่นเอกสารที่จำเป็นต่างๆ ในการสมัครกับทางศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นครบวงจรไมนิจิ เพื่อตรวจเอกสารต่างๆให้ครบถ้วนก่อนจัดส่งไปยังโรงเรียนสอนภาษา และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ควรตรวจเช็คระยะเวลาการเปิดรับสมัคร เพราะในแต่ละเขตจะปิดรับสมัครและปิดรับการยื่นเอกสารแตกต่างกันออกไป

เอกสารสำหรับการเรียนต่อระยะยาว
แบ่งเป็นส่วนของผู้สมัครและผู้ค้ำประกันดังนี้

เอกสารของผู้สมัคร
ใบสมัครของสถาบัน (สามารถรับเอกสารการสมัครของแต่ละสถาบันได้ที่ไมนิจิฯ)
สำเนาหนังสือเดินทาง Passport
- สำเนาหน้าที่เคยเดินทางเข้า-ออก ประเทศญี่ปุ่น
ทะเบียนบ้านฉบับจริง แบบ ทร.14/1 (ขอคัดจากอำเภอหรือเขต)
เอกสารรับรองการศึกษา
- ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
- ใบแสดงผลการเรียน(Transcrip)มัธยมศึกษาตอนปลาย
- ปริญญาบัตร ปริญญาตรี
- ใบแสดงผลการเรียน(Transcrip)ปริญญาตรี (กรณีศึกษาอยู่)
- หนังสือรับรองสถานะภาพนักศึกษา
- Transcrip แสดงผลการเรียนจนถึงล่าสุด
เอกสารรับรองการเรียนภาษาญี่ปุ่น(ถ้ามี)
- Proficiency Test Certificate /ใบสอบวัดระดับ(กรณีสอบผ่านแล้ว)
- ประกาศนียบัตร/หนังสือรับรองการผ่านการศึกษาภาษาญี่ปุ่น
รูปถ่ายขนาด 3cm x 4cm จำนวน 8 รูป(ถ่ายไม่เกิน3เดือน)
หนังสือรับรองการทำงาน (กรณีทำงานอยู่)

เอกสารของผู้ค้ำประกัน
แบบฟอร์มรับรองการเป็นผู้สนับสนุนการเงิน
ทะเบียนบ้านฉบับจริง แบบ ทร.14/1 (ขอคัดจากอำเภอหรือเขต)
จดหมายรับรองสถานะการเงินจากธนาคาร(Certificate of Financial)
เอกสารยืนยันรายได้ประจำ
- หนังสือรับรองรายได้จากที่ทำงานปัจจุบัน
- แบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีล่าสุด (ภงด.90,91)
เอกสารยืนยันการเป็นเจ้าของธุรกิจ (กรณีมีธุรกิจเป็นของตนเอง)
- หนังสือรับรองบริษัท/ใบจดทะเบียนการค้า
- ทะเบียนผู้ถือหุ้น/หนังสือบริคณฑ์สนธิ
- แบบแสดงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลปีล่าสุด (ภงด.50,51)
กรณีใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของตนเอง
- จดหมายรับรองสถานะการเงินจากธนาคาร(Certificate of Financial)
- หนังสือรับรองรายได้จากสถานที่ทำงานปัจจุบัน
ทั้งนี้ เอกสารการสมัครและเอกสารอื่นๆต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น



Check Documents
ขั้นตอนที่ 3: ส่งเอกสารไปที่สถาบันหรือโรงเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อตรวจสอบเอกสาร

หลังจากรวบรวมเอกสารต่างได้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทางไมนิจิฯ จะเป็นตัวแทนในการส่งเอกสารของผู้สมัครให้กับสถาบันหรือโรงเรียนภาษาที่นักเรียนทำการสมัคร จากนั้นทางโรงเรียนจะทำการตรวจเอกสารทั้งหมดและจัดส่งให้กับกองตรวจคนเข้าเมืองในแต่ละเขตพื้นที่ตามขั้นตอนต่อไป
(ระยะเวลาในการพิจารณาเอกสารแตกต่างกันไปตามแต่ละเขตพื้นที่)
Inform Result
ขั้นตอนที่ 4: การแจ้งผลการตอบรับ

การแจ้งผลตอบรับให้กับผู้สมัคร กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่นจะออกหนังสือรับรองสถานภาพการพำนักที่เรียกว่าใบCOE หรือCertificate of Eligibility ให้กับผู้สมัครที่ได้รับการอนุมัติ โดยทางสถาบันหรือโรงเรียนสอนภาษาแต่ละแห่ง จะทำการจัดส่งเอกสารฉบับสำเนาและ Invoice เพื่อชำระค่าเล่าเรียน มายังไมนิจิฯ และหลังจากนั้นไมนิจิฯจะทำการติดต่อผู้สมัครเพื่อรับเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
Transfer Money
ขั้นตอนที่ 5: การชำระค่าเล่าเรียน

นักเรียนจะต้องชำระค่าเล่าเรียนโดยวิธีการโอนเงินโดยตรงไปยังบัญชีของโรงเรียนที่สมัครในประเทศญี่ปุ่น จากนั้นนำเอกสารการชำระเงินมอบให้กับไมนิจิฯ และรับใบ Certificate of Eligibility (C.O.E) ฉบับจริง เพื่อไปประกอบเอกสารการขอวีซ่า
Apply Visa
ขั้นตอนที่ 6: การยื่นขอวีซ่า

นักเรียนขอวีซ่าพร้อมเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนไปยื่น ณ สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยมีเอกสารที่จำเป็นดังต่อไปนี้

Passport (มีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6เดือน และหน้าว่างไม่น้อยกว่า 2หน้า หากมีเล่มเก่ากรุณานำติดตัวไปด้วย)
ใบคำร้องขอวีซ่า (รับได้ที่ไมนิจิ หรือดาวน์โหลดจากทางเว็ปไซต์ของสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย)
รูปถ่าย 2x2 นิ้ว สีขาว-ดำ พื้นหลังสีอ่อนที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
ใบตอบรับจากทางโรงเรียน (Certificate of Eligibility)ฉบับจริงและสำเนา 1ชุด
ทะเบียนบ้านฉบับจริงและสำเนา1ชุด
ผู้ที่เดินทางไปครั้งแรกหากเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลหลังจากที่เคยเดินทางไปแล้วกรุณานำเอกสาร แสดงการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หลังจากที่เคยเดินทาง
ไปแล้วกรุณานำเอกสาร ใบเปลี่ยนชื่อ -นามสกุล หรือใบสำคัญสมรส/ใบสำคัญการหย่าแนบไปพร้อมเอกสารด้วย ฉบับจริงและสำเนา 1ชุด

เวลาในการยื่นเอกสารขอวีซ่าสำหรับนักเรียนระยะยาวคือช่วงบ่าย 13:30น. -16:00น.(วันจันทร์-วันศุกร์)เท่านั้น

นอกจากนี้สถานทูตจะให้ใบนัดฟังผลในวันที่ ยื่นคำร้อง กรุณาตรวจสอบวันนัดรับหนังสือเดินทางตามที่ระบุไว้ในวันนัดฟังผล โดยที่สถานทูตจะคืนหนังสือเดินทางให้อีก2วันทำการถัดไปนับจากวันที่ยื่นคำร้อง ในเวลา 13:30น-16:00 น. ในกรณีที่ได้รับการอนุมัติ วีซ่าจะติดในหนังสือเดินทางซึ่งวีซ่าที่ผู้สมัครจะได้รับเป็น Pre-College Visa หรือ College Visa 6เดือน-2ปี ขึ้นอยู่กับสถานศึกษาที่นักเรียนสมัคร
Orientation
ขั้นตอนที่7:การปฐมนิเทศก่อนเดินทาง

หลังจากผ่านขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ทางไมนิจิศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นคบวงจร จะทำการปฐมนิเทศ การเตรียมตัวก่อนเดินทาง รวมทั้งการให้ข้อมูล
ที่จำเป็นต่างๆ หลังจากเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น การเตรียมเอกสารการทำธุรกรรมต่างๆ อาทิเช่น
การทำบัตรต่างด้าว
การทำประกันสุขภาพ
การเปิดบัญชีธนาคาร
การซื้อโทรศัพท์มือถือ
  รวมถึงข้อมูลอื่นๆที่จำเป็นในการใช้ชีวิต ณ ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป็นประโยชน์แก่การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางสำหรับนักเรียนทุกคน
หมายเหตุ :
ผู้ที่มีสิทธิในการสมัครเรียนต่อระยะยาว จะต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ และจบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่าแล้วเท่านั้น ในขั้นตอนที่ 3 หากผู้สมัครไม่ผ่านการพิจารณา ทางสถาบันสอนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่นจะไม่ทำ การคืนค่าสมัครใดๆทั้งสิ้น ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆในการแปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาญี่ปุ่น และค่าบริการต่างๆในการโอนเงินค่าสมัครและค่าเล่าเรียนไปยังสถาบันที่ประเทศญี่ปุ่น
Passport (ในวันยื่นขอวีซ่าจะต้องมีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6 เดือนและมีหน้าว่างสำหรับประทับตราเกิน 2 หน้าและหากมีเล่มเก่ากรุณานำมาด้วย)
ใบคำร้องขอวีซ่าและแบบสอบถาม (รับได้ที่ไมนิจิหรือดาวน์โหลดจากทางเว็บไซต์)
รูปถ่าย 2x2 นิ้ว สีขาว-ดำพื้นหลังสีอ่อนที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
ใบรับรองสถานภาพการพำนัก (Certificate of Eligibility) ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
ทะเบียนบ้าน ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
ผู้ที่เดินทางไปครั้งแรกหากเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อ-นามสกุลหลังจากที่เคยเดินทางไปแล้วกรุณานำเอกสาร แสดงการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล อาทิ ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ใบสำคัญการสมรส ใบสำคัญการหย่า แนบไปพร้อมกับเอกสารด้วย ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย (Japanese Embassy in Thailand) เลขที่ 177 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์ : 0-2207-8500 | 0-2696-3000 โทรสาร : 0-2207-8510 เวลาทำการ 8.30-12.00 น. และ 13.30-18.00 น. แผนกกงสุล แผนกหนังสือเดินทางญี่ปุ่น ใบรับรอง : 0-2207-8501 | 0-2696-3001 แผนกวีซ่า : 0-2207-8503 | 0-2696-3003 โทรสาร : 0-2207-8511 เวลาทำการ 8.30-11.45 น. และ 13.30-16.00 น. สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ปิดทำการวันเสาร์ วันอาทิตย์ และ วันหยุด
 

31,570 View
Last Update : 08 May 2010 14:37