22,October,2017
 
วิทยาลัยเฉพาะทางหรือหลักสูตรวิชาชีพที่เปิดสอนในวิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Senmon Gakkou (ความหมายคือโรงเรียนวิชาชีพ/วิชาเฉพาะทาง) ถือเป็นการศึกษาในระดับสูงอีกประเภท ที่มุ่งเน้นยกระดับการศึกษา ให้ผู้เรียนได้รับความรู้ ฝึกทักษะทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ อย่างแท้จริง โดยในประเทศญี่ปุ่นมีวิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือวิทยาลัยเฉพาะทางมากถึง 2,968 แห่ง โดยแบ่งเป็นภาคเอกชน 2,755 แห่ง ท้องถิ่น 202 แห่ง และของรัฐบาลอีก 11 แห่ง ตามรายละเอียดดังนี้
แบ่งเป็นภาครัฐ ท้องถิ่นและเอกชน
ข้อมูลจาก กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม การกีฬา และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ปี2008 *The Open University of Japan รวมอยู่ในวิทยาลัยเอกชน
โดยปกติโรงเรียนจะกำหนดระยะเวลาเรียนไว้ประมาณ 2ปี เพื่อการเรียนทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติเพื่อเป็นการฝึกและเพิ่มทักษะแบบเจาะลึกในสาขาเฉพาะทางซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวิทยาลัยอาชีวศึกษา โดยสาขาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมีตัวอย่างดังต่อไปนี้ หลักสูตรด้านการออกแบบ : แฟชั่น,คอมพิวเตอร์กราฟฟิค,การ์ตูน,ออกแบบเกมส์,การออกแบบเวที หลักสูตรวิศวกรรม: วิศวกรรมยานยนต์,โปรแกรมเมอร์,คอมพิวเตอร์,วิศวกรรมเสียง หลัีกสูตรด้านนิเทศ บันเทิง การแสดง : ดนตรี,โทรทัศน์,การเต้น,ภาพยนต์,การแสดง หลักสูตรด้านการบริการ และการท่องเที่ยว : การโรงแรม,การท่องเที่ยว,การบริหาร,ไกด์ หลักสูตรด้านสุขภาพความงาม : ทำผม,แต่งหน้า,ทำเล็บ,เอสเตติค หลักสูตรด้านธุรกิจ : ล่าม,ธุรกิจระหว่างประเทศ
1) มีคุณสมบัติในการเข้าศึกษาเป็นรายบุคคลจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา และต้องเป็นผู้มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 2) จบการศึกษาขั้นต่ำในระดับมัธยมปลาย 12 ปี หรือเทียบเท่า เป็นผู้ที่สำเร็จหลักสูตร12 ปี ในสถานศึกษานานาชาติ เช่น Wasc,ACSI,ECIS 3) มีระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่นในเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด เช่น ระดับ 1 หรือ 2 หรือผ่านเกณฑ์ 200 คะแนนในการสอบ EJU วิชาภาษาญี่ปุ่น หรือตามเกณฑ์อื่นๆ ที่สถาบันแห่งนั้นกำหนด เช่น เรียนภาษาญี่ปุ่น ที่สถาบันได้รับการรับรองจากรัฐบาลและสมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่นไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เป็นผู้ที่สอบผ่านหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายของนานาชาติ (International Baccalaureate)หรือสอบผ่านหลักสูตร Abitur ของประเทศเยอรมัน และต้องเป็นผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป 4) กรณีที่สำเร็จการศึกษาระดับกลางในเวลา 10 ปี หรือ 11 ปี จะต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรการศึกษาเตรียมเข้าศึกษาต่อ จากสถาบันที่ได้รับการรับรองและต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
ทางวิทยาลัยอาจใช้วิธีสอบตามสาขาวิชา และพิจารณาความสามารถดังต่อไปนี้

1) คัดเลือกและพิจารณาเอกสาร และการเขียนเรียงความ
2) สอบสัมภาษณ์
3) ทดสอบความถนัด,สอบภาคปฏิบัติ
4) สอบภาษาญี่ปุ่น
ทั้งนี้อาจกำหนดเลือกวิธีเลือกสอบผสมผสานกันตามสาขาวิชาและนโยบายของวิทยาลัยด้วย กรณีผู้สมัครเรียนด้านการออกแบบ หรือด้านที่ต้องใช้ความชำนาญพิเศษควรมีสรุปผลงาน(Portfolio)ที่เคยทำ ไว้แสดงด้วย
ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบัน อย่างเร็วปิดรับสมัครในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน อย่างช้าคือเดือนมกราคม หากทำการสมัครจากประเทศไทย ควรทำการสมัครล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และสามารถสอบเทียบโอนเพื่อเข้าศึกษาต่อ ในระดับปริญญาตรีได้ * ปัจจุบันวิทยาลัยอาชีวศึกษาหรือวิทยาลัยวิชาชีพเฉพาะทางยังไม่มีหลักสูตรที่เปิดสอนด้วยภาษาอังกฤษ
เงื่อนไขของแต่ละสถาบันจะแตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วมีเอกสารที่จำเป็นดังนี้
1) ใบสมัครเข้าศึกษา (ของทางสถาบัน) 2) ประกาศนียบัตรการสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย 3) ใบรับรองผลการศึกษา (Transcrip) จากสถานศึกษาล่าสุด 4) หนังสือรับรองการเข้าเรียนที่สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น ผลการเรียน (กรณีที่พำนักอยู่ที่ญี่ปุ่น) 5) ใบรับรองระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น (กรณีพำนักอยู่ต่างประเทศ) 6) ใบรับรองแพทย์ 7) รูปถ่าย 8) เอกสารแสดงความสัมพันธ์กับผู้ค้ำประกัน ทั้งนี้ ในการสอบเข้านั้นจะพิจารณาในประเด็นต่างๆเช่นมีเป้าหมายในสาขาที่เรียน (Study plan) ที่ชัดเจนหรือไม่มีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น และด้านวิชาการเพียงพอที่จะเข้าไปศึกษาในสถาบันได้หรือไม่มีความต้องการที่จะศึกษามากน้อยเพียงใด ซึ่งวิทยาลัยวิชาชีพเฉพาะทางร้อยละ 90% เป็นหลักสูตรที่ผู้เรียนจะได้รับใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ดังนั้นควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน ที่จะเข้าศึกษาว่าเราทำได้ตามเงื่อนไขที่สถาบันมีข้อกำหนดหรือไม่
 

18,611 View
Last Update : 27 April 2010 16:11