22,October,2017
 
การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางเพื่อไปศึกษายังประเทศญี่ปุ่น
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่นมีความจำ เป็นมาก เนื่องจากเราไปศึกษาถึงต่างเมือง หากเกิดข้อผิดพลาดใดขึ้น อาจเกิดปัญหาตามมาได้ การเตรียมตัวให้พร้อมในทุกๆด้านจะเป็นการดีที่สุด สิ่งสำคัญหลักๆที่ควรจะจัดเตรียมได้แก่ เอกสารเกี่ยวกับการเรียน และของใช้ที่จำเป็น
การจัดกระเป๋าเดินทาง
Let’s Pack Up !
ควรเตรียมกระเป๋าเดินทางที่ทุ่นแรงและใช้งานได้ง่าย ควรเลือกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเบาและบรรจุได้มาก กระเป๋าเดินทางมีทั้งแบบ “two -way” และ “three-way” แตกต่างกันที่สามารถลากกระเป๋าในทิศทางรูปแบบต่างๆได้ ทั้งนี้ควรเตรียมกระเป๋าใบเล็กมีล้อติดตัวไปด้วยเผื่อมีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงปิดเทอมหรือช่วยทุ่นแรงเวลาซื้อของใช้ต่างๆในประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากการเดินทางส่วนมากนักเรียนจะต้องขึ้นรถไฟหรือรถประจำทางทั้งนี้ควรติดป้านชื่อและรายละเอียดต่างๆบนกระเป๋าให้เรียบร้อยกรณีกระเป๋าเกิดการสูญหาย ปัจจุบันทางสายการบินค่อนข้างเข้มงวดขนาดกระเป๋าที่อนุญาติให้นำขึ้นเครื่องรวมถึงการจำกัดเรื่องน้ำหนัก กระเป๋าที่นำขึ้นเครื่องนั้นห้ามเกิน 5 กิโลกรัมและกระเป๋าเดินทางจะอนุญาตไม่เกิน 25-30 กิโลกรัมแล้วแต่เจ้าหน้าที่เห็นสมควรซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับผู้ที่ต้องการพกของจำเป็นเพื่อไปศึกษาต่อ ดังนั้นควรทำการขอน้ำหนักเพิ่มก่อนเดินทางโดยโทรแจ้งกับทางสายการบิน ทั้งนี้ทางสายการบินนั้นๆอาจขอเอกสารเพิ่มเติมอาทิใบตอบรับจากทางโรงเรียนหรือเอกสารที่ระบุว่าคุณเป็นนักเรียนที่กำลังไปศึกษาต่อซึ่งจะอนุญาติเฉพาะนักเรียนที่ไปศึกษาระยะยาวตั้งแต่ 6เดือนหรือ1ปีขึ้นไปเท่านั้น นักเรียนสามารถขอเผื่อไว้สำหรับขากลับด้วยเช่นกัน

กระเป๋าที่นำขึ้นเครื่องนั้นควรหลีกเลี่ยงการนำของเหลวที่มีน้ำหนักเกิน 100 มิลลิกรัมขึ้นเครื่องรวมถึงของที่เป็นวัสดุไวไฟและของมีคมทั้งหลายซึ่งต้องทำให้เสียเวลานำของต่างๆไปแพคและให้เจ้าหน้าที่ตรวจเช็ค การจัดกระเป๋านั้นนักเรียนควรเลือกของที่จำเป็นจริงๆอาทิ เสื้อผ้าสำหรับหน้าร้อนและหน้าหนาว รองเท้าเดินสบาย ยาสามัญรักษาโรคต่างๆ รวมถึงของจำเป็นในชีวิตประจำวันต่างๆหากต้องการทำอาหารไทยรับประทานเองสามารถหาซื้อส่วนผสมต่างๆในญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้นมากในปัจจุบันเพราะมีร้าน asian store มากมายโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆอาจนำเฉพาะเครื่องแกงที่มีน้ำหนักเบาติดตัวไปเท่านั้น ส่วนเครื่องครัวหรืออุปกรณ์ต่างๆนั้นสามารถหาซื้อได้ตามร้าน discount store ที่มีอยู่มากมายราคาไม่แพงมากและไม่ต้องเป็นภาระเรื่องน้ำหนักเกิน
สิ่งของต้องห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่น

เมื่อถึงด่านศุลกากรในญี่ปุ่นนักเรียนอาจโดนตรวจเช็คสัมภาระที่นำเข้าประเทศ ดังนั้นนักเรียนควรทราบสิ่งที่ห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อป้องกันการผิดกฏหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สิ่งที่ห้ามนำเข้าได้แก่
ฝิ่น กัญชา และยาเสพติดทุกประเภท ยากระตุ้นประสาท รวมไปถึงยาดมด้วยเช่นกัน
อาวุธหรือของมีคมที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะและสื่อลามกต่างๆ อาทิ นิตยสาร วีดีโอ ภาพถ่ายฯลฯ
เหรียญปลอม ธนบัตรปลอมและของละเมิดลิขสิทธิ์เช่น ของปลอมหรือลอกเลียนแบบ
พืชและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์ป่าและของป่า หากจะนำสัตว์หรือพืชเข้าประเทศญี่ปุุ่นจะต้องผ่านด่านการตรวจเช็คควบคุมอย่างละเอียด
มีการจำกัดปริมาณเครื่องสำอางและยาที่นำเข้าเฉพาะใช้ในระยะเวลา 2 เดือนเท่านั้น

เงินสด และเช็คเดินทาง
นักเรียนที่จำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมเรื่องเอกสารต่างๆ ที่ใช้ในการเปิดธนาคารในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นในช่วงแรกต้องเตรียมเงินสดติดตัวไปพอสมควร หากท่านใดไม่ต้องการพกเงินสดไปเป็นจำนวนมาก สามารถทำได้หลายวิธี อาทิเช่น เตรียมเช็คเดินทาง (Traveller's Cheque) และนำไปแลกเปลี่ยนเงินสดที่ธนาคารในญี่ปุ่นได้หรือเตรียมบัตรเอทีเอ็ม (ATM) ที่มีเครื่องหมาย PLUS อยู่เท่านั้น อาทิ ธนาคาร CITIBANK ซึ่งอาจจะไม่สะดวกสำหรับบางเมือง จึงขอแนะนำให้ไปเบิกที่ไปรษณีย์และที่ร้านสะดวกซื้อ 7-eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยใช้รหัสหมายเลขเดียวกับในประเทศไทยในการเบิก แต่จะมีค่าธรรมเนียมซึ่งต้องเสียในการเบิกแต่ละครั้งและอัตราเงินจะคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ถอนเงิน นอกเหนือจากนี้ผู้ปกครองสามารถทำบัตรเครดิตเสริมสำหรับบุตรหลาน เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินซึ่งอาจใช้ประเภทวีซ่าหรือ JCB ซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นและยังมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรที่สามารถนำไปใช้บริการต่างๆในญี่ปุ่นได้อีกด้วย สอบถามรายละเอียด JCB International Co.,Ltd. ที่ 0-2256-9151-4
ยารักษาโรค
การใช้ชีวิตในต่างประเทศนั้นเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้กระทบกับการเรียนรวมถึงค่าใช้จ่ายในการักษาสูงกว่าในบ้านเรามาก ดังนั้นนักเรียนควรมีการตรวจสุขภาพร่างกายให้ละเอียด ก่อนเดินทาง นอกจากการเช็คสุขภาพร่างกายแล้วควรเข้าพบแพทย์และจักษุแพทย์ให้เรียบร้อย ควรเตรียมยารักษาโรคพื้นฐาน อาทิ ยาแก้ปวดหัว ปวดท้อง ยาแก้หวัดฯลฯ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีความเข้มงวดเรื่องยา ดังนั้นยาที่นำเข้าไปควรเตรียมใบสั่งแพทย์ติดตัวไปด้วย นักเรียนท่านใดที่มีโรคประจำตัว ควรให้แพทย์ระบุยาที่ใช้เป็นประจำ และแจกแจงยาที่ตนเองแพ้ให้ละเอียดเพื่อสามารถไปซื้อยาเพิ่มหรือสั่งยาในประเทศญี่ปุ่นได้ ควรสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับยาสำหรับโรคประจำตัวของนักเรียนจากทางสถานกงศุลญี่ปุ่นล่วงหน้า
อาหารและเครื่องปรุงต่างๆ
สำหรับนักเรียนที่ต้องการทำอาหารรับประทานเองเมื่ออยู่ในประเทศญี่ปุ่น สามารถเตรียมอุปกรณ์บางอย่างติดตัวไปด้วยได้ อาทิ เครื่องแกงสำเร็จรูปชนิดซองต่างๆ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ ปัจจุบันมีเครื่องปรุงสำเร็จรุปมากมายที่แปรรูปและสามารถพกพาไปต่างประเทศได้สะดวก ในขณะเดียวกันอาหารไทยเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในต่างประเทศรวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน จึงมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและสินค้าบางอย่างมีราคาต่างจากบ้านเราไม่มากนัก และในบางโอกาสจะมีการจัดงานเทศกาลไทยตามเมืองต่างๆ ขึ้นโดยมีร้านค้านำสินค้าต่างๆ มาจำหน่ายในราคาพิเศษด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างราคาสินค้าไทยในญี่ปุ่น

บะหมี่กึ่งสำเร็จรุป ราคา 84 เยน
น้ำปลา น้ำส้มสายชู ขวดกลาง ราคา 210 เยน
น้ำพริกเผา ราคา 250 เยน
ผักรวมสำหรับทำต้มยำกุ้ง ราคา 525 เยน
กะทิกระป๋อง ราคา 150 เยน

อุปกรณ์ไฟฟ้า

Electric Supplier
นักเรียนหลายท่านมักนำคอมพิวเตอร์ lap-top ติดตัวไปด้วยรวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆทั้งกล้องถ่ายภาพ เครื่องถ่ายวีดีโอ ไดร์เป่าผมฯลฯ ควรเช็คเรื่องกระแสไฟฟ้าให้เรียบร้อย ในประเทศญี่ปุ่นใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลต์ในขณะที่ประเทศไทยใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ อุปกรณ์บางชนิดสามารถใช้ได้ทั้งสองประเทศแต่บางประเภทจำเป็นต้องใช้เครื่องแปลงไฟ (adapter) และควรเตรียมเต้าเสียบชนิดสองขาแบบแบนไปด้วยหรือสามารถหาซื้อได้ตามร้านไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นราคาประมาณ 200-300 เยน ย
การเตรียมตัวเรื่อง ภาษา คู่มือประกอบการเรียน

Work Hard…Play Hard
จุดประสงค์หลักของนักเรียนนั้นคือเรื่องการศึกษาเป็นเป้าหมายหลักดังนั้นการเตรียมพร้อมเรื่องภาษาก่อนเดินทางนั้นจึงเป็นส่วนสำคัญ บางท่านที่แบ่งเวลาการเรียนและการเที่ยวเล่นไม่ถูกต้องอาจพบปัญหาเรื่องการเข้าเรียนไม่ครบตามมาตรฐานที่โรงเรียนกำหนดจนกระทั่งทำให้ไม่สามารถต่ออายุวีซ่าในการเรียนได้ การเรียนในโรงเรียนสอนภาษา ณ ประเทศญี่ปุ่นนั้นนับว่าเร็วกว่าการเรียนภาษายี่ปุ่นในประเทศไทยค่อนข้างมาก นักเรียนผู้ที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนหรือมาจากประเทศที่ไม่มีพื้นฐานการใช้ตัวอักษรคันจิจึงต้องหมั่นทบทวนและตามบทเรียนให้ทันกับเพื่อนต่างชาติอื่นๆที่มีพื้นฐานการใช้ตัวอักษรคันจิอยู่แล้ว แนะนำให้นำพจนานุกรมไทย-ญี่ปุ่น/ญี่ปุ่น-ไทยและตำราเรียนอธิบายไวยกรณ์เสริมติดตัวไปด้วยสำหรับนักเรียนที่ยังมีพื้นฐานที่ยังไม่ดีพอและจะช่วยให้ทบทวนความเข้าใจมากยิ่งขึ้น สำหรับพจนานุกรมไฟฟ้าปัจจุบันมียี่ห้อหลากหลายที่สามารถหาซื้อได้ในประเทศไทยและข้อดีคือมีภาษาไทยอธิบาย ส่วนในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมียี่ห้อต่างๆจำหน่ายอยู่มากและแต่ละเครื่องผลิตเพื่อวัตถุประสงค์ของนักเรียนญี่ปุ่นเองซึ่งมีทั้งเครื่องที่เน้นสำหรับผู้เรียนอยู่ในระดับประถมจะเน้นเรื่องคำศัพท์วิชาต่างๆและเครื่องสำหรับนักเรียนญี่ปุ่นที่ต้องการนำไปใช้ในการศึกษาต่างประเทศโดยจะเน้นการรวมคำศัพท์เฉพาะด้านต่างๆหรือแม้กระทั่งเครื่องที่เน้นสำหรับนักท่องเที่ยว แต่นักเรียนสามารถเลือกเครื่องที่คิดว่ามีการใช้งานใกล้เคียงกับตนเองมากที่สุดซึ่งค่าเครื่องพจนานุกรมไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นนั้นมีราคาประมาณ 20,000 – 35,000 เยน
ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ

นักเรียนทุกท่านควรเตรียมพร้อมเรื่องการทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุให้เรียบร้อยก่อนเดินทางเพื่อใช้ในช่วงแรกระหว่างรอการทำประกันสุขภาพแห่งชาติกับทางสถานศึกษา
สำหรับการทำประกันที่ทำจากประเทศไทยไปนั้นควรเช็คให้วีธีการแจ้งขอค่ารักษาให้เรียบร้อย ซึ่งแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไปโดยบางแห่งนักเรียนจำเป็นต้องชำระเงินก่อน จากนั้นนำมาทำเรื่องเบิกคืนในภายหลัง บางแห่งสามารถคุ้มครองค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องชำระเงินใดๆ หากอยู่ในวงเงินตามที่บริษัทประกันกำหนด
สำหรับกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุจะครอบคลุมไปจนถึง ทรัพย์สินส่วนตัวสูญหาย หรือกรณีเครื่องบินล่าช้า ยกเลิกการบินจนเกิดความเสียหายกับผู้เดินทาง ค่ารักษาพยาบาลในกรณีบาดเจ็บหรือล้มป่วย นักเรียนจึงควรศึกษารายละเอียดเหล่านี้ให้ครบถ้วน ดุรายละเอียดจากบริษัทประกันเพิ่มเติม อาทิเช่น Sri Muang Insurance

การตรวจสุขภาพ
นักศึกษาควรตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง โดยเฉพาะ การตรวจฟัน และจักษุแพทย์ เนื่องจากประกัยสุขภาพไม่ครอบคลุม และอาจเสียค่าใช้จ่ายสูง กรณีเข้ารับการตรวจเช็คในประเทศญี่ปุ่น
ข้อมูลเพิ่มเติม
แนะนำให้นักศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น หรือเมืองที่จะไปศึกษาต่อ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่น เพื่อเป็นการทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่นักศึกษาอยู่ใน ประเทศของตนเอง เนื่องจากอยู่ในภูมิภาคเอเชียเหมือนกัน ประเทศญี่ปุ่นและไทยจึงมีความใกล้เคียงในเรื่องวัฒนธรรม ซึ่งไม่แตกต่างกันมากนัก แต่การเรียนรู้ในสิ่งที่ควรและไม่ควรทำ หรือมารยาทของชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างดีนั้น ทำให้นักศึกษาสามารถเข้าใจและปฎิบัติตนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆได้ดียิ่ง ขึ้น
 

17,611 View
Last Update : 09 April 2010 15:06