22,October,2017
 
เที่ยวสบายๆ ที่ Okinawa ( 沖縄 ) ฮาวายญี่ปุ่น..
ใครที่เคยดูแผนที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นจะเห็นการแบ่งภูมิประเทศญี่ปุ่นออกเป็นเกาะหลักๆอยู่ 4 เกาะอันได้แก่เกาะ ฮอกไกโด เกาะฮอนชูซึ่งมีจังหวัดโตเกียวที่เรารู้จักกันดีตั้งอยู่บนเกาะนี้ ต่อมาได้แก่เกาะชิโกกุชื่อจังหวัดที่เราคุนเคยในเกาะชิโกกุนั้นอาทิจังหวัดโอซาก้า เกียวโต โกเบเป็นต้นและเกาะสุดท้ายได้แก่เกาะที่เป็นที่ตั้งของจังหวัดฟุคุโอกะที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปนั่นคือเกาะคิวชูซึ่งตั้งอยู่ทางตอนล่างสุดของแผนที่จนหลายคนนั้นคิดว่าพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่นนั้นสิ้นสุดที่เกาะคิวชูแห่งนี้ แต่แท้จริงนั้นยังมีหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ห่างออกมาจากเกาะคิวชูนี้ประมาณ 1,200 กิโลเมตรจนเกือบถึงประเทศไต้หวันที่เรียกตนเองว่าหมู่เกาะริวกิวโดยประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 70 เกาะโดยมีเกาะที่ใหญ่ที่สุดคือ “เกาะโอกินาว่า” (Okinawa) เกาะนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น อาจกล่าวได้ว่าเป็นเกาะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งภาษา วัฒนธรรมและการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดูจะแตกต่างจากชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่บนเกาะหลักอื่นๆ
ก่อนจะเข้าถึงเสน่ห์และความงดงามบนเกาะนี้อยากให้ทุกท่านย้อนกลับไปถึงประวัติศาสตร์ที่อาจจะถูกลืมไปตามวันเวลา หากเรารู้ถึงประวัติศาสตร์ของที่ใดก่อนไปเที่ยวจะทำให้เกิดมุมมองที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าการเที่ยวอย่างฉาบฉวย ว่ากันว่าเมื่อพันกว่าปีก่อนชาวอาณาจักรริวกิวซึ่งเป็นชาวเผ่ามองโกลอยด์เหนือเข้ามาอาศัยอยู่บนเกาะโอกินาว่าและพัฒนาเป็นชุมชนใหญ่โดยแบ่งเป็นสามอาณาจักรบนเกาะและในภายหลังกษัตริย์โซ ฮาชิ ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ที่สองต่อจากกษัตริย์ซูซานซึ่งได้สร้างสัมพันธไมตรีที่ดีกับประเทศจีนได้รวมเป็นอาณาจักรใหญ่และได้สถาปณาชวงศ์ขึ้นปกครองและเรียกตนเองว่า “ชาวริวกิว” เป็นอาณาจักรที่มีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจมีการค้าขายกับประเทศจีนไทยและรวมถึงในแถบเอเชีย เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ประเทศจีนจึงได้รับอิทธิพลมาจากจีนแผ่นดินใหญ่โดยตรงหากใครไปเยือนจะมีโอกาสได้เห็นสถาปัตยกรรมต่างๆที่ใกล้เคียงกับประเทศจีน ในปีค.ศ. 1879
ยุคสมัยเมจิประเทศญี่ปุ่นได้มีการรุกรานเอเชียและทำสงครามกับประเทศจีน ราชอาณาจักรริวกิวนั้นได้ถูกเข้าครอบครองและเปลี่ยนประเทศราชให้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น โดยเปลี่ยนจากอาณาจักรริวกิวให้เป็น “จังหวัดโอกินาว่า”อยู่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิญี่ปุ่นแทน จนเข้าสู่ยุคสงครามโลกครั้งที่สองโอกินาว่านั้นได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัต์ศาสตร์ของโลกจากด่านหน้าในการเป็นด่านค้าาขายกับชาวต่างชาติผันเปลี่ยนเป็นด่านสมรภูมิภาคพื้นดินมีการต่อสู้อย่างดุเดือดบนเกาะนี้ เมื่อสู้รบสิ้นสุดมีทหารญี่ปุ่น ทหารอเมริกันและพลเมืองโอกินาว่าเสียชีวิตไปกว่าสองแสนคน การรบในครั้งนั้นเป็นที่มาของคำว่า “The Battle of Okinawa” ในปีค.ศ. 1945 ถูกประเทศอเมริกายึดเป็นที่ตั้งทางทหารและกลายเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกา ในเวลานั้นชาวโอกินาว่าต้องทำวีซ่าในการเข้าประเทศญี่ปุ่นและมีการใช้เงินดอลล่าห์บนเกาะแทนจนกระทั่งสิ้นสุดสงครามในปี ค.ศ. 1972 โอกินาว่าได้กลับมาสู่การปกครองของประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งแต่ยังคงเป็นฐานทัพเรือที่สำคัญของสหรัฐจนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นหนึ่งในสองแห่งที่เหลือในภูมิภาคเอเชีย ในแต่ละปีโอกินาว่าจะมีการจัดวันยุติสงครามและมีพิธีลำรึกความหลังเพื่อให้โลกเกิดสันติและยุติความรุนแรง
ปัจจุบันเมื่อนึกถึงโอกินาว่าภาพแห่งความโหดร้ายในอดีตแทบจะถูกลบเลือนไปจากความทรงจำของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน หากแต่ทุกคนจะนึกถึงทะเลสีคราม หาดทรายสีขาวที่สร้างความทรงจำอันงดงามให้ใครต่อใครที่ได้ไปเยือน เคยมีโอกาสไปแวะชมเกาะโอกินาว่าอยู่สองครั้งก็ยังวางแผนที่จะกลับไปอีก หากถามถึงสาเหตุนั้นคงเป็นเพราะโอกินาว่านั้นมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากญี่ปุ่นทั่วไปอย่างที่กล่าวข้างต้น และสำหรับคนไทยที่ไปเที่ยวนั้นจะได้สัมผัสถึงหลายๆสิ่งที่ใกล้เคียงกับบ้านเรา เพลงพื้นเมืองของเกาะคือ “เพลงฮานะ” (Hana) มีความหมายว่าดอกไม้โดยร้องเป็นภาษาโอกินาว่า ซึ่งถูกนำไปแปลกว่า 21 ภาษาทั่วโลกรวมถึงในบ้านเราที่รู้จักดีในบ้านเราในนาม “ดอกไม้ในสวน” ที่คุณหงาคาราวานและคุณแจ้ ดนุพลนำมาขับร้อง ใครที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันมาหลายแห่งแล้วนั้น โอกินาว่านับเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด
การมาที่โอกินาว่านั้นจะต้องบินมาโดยมาลงเครื่องที่สนามบินนาฮ่า (Naha Airport) ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงเศษๆจากโอซาก้าหรือโตเกียว บนเกาะไม่มีรถไฟให้ใช้ดังนั้นจำเป็นต้องนั่งรถบัส รถแท๊กซี่หรือสามารถเช่ารถขับบนเกาะนี้ได้ เคยลองเช่ารถขับบนเกาะมาแล้วหนึ่งครั้งก็นับว่าขับไม่ยากถนนหนทางก็เป็นเส้นตรงเสียส่วนใหญ่ และรถทุกคันจะมีเครื่องนำทางหรือ Navigator ที่กำลังเป็นที่นิยมในบ้านเราติดอยู่นับว่าช่วยได้มากสำหรับคนที่ต่างบ้านต่างเมืองที่ไม่รู้ทิศทาง แถมยังมีการบอกร้านอาหารจ้าวดังให้รู้ระหว่างขับผ่านทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงเข้าร้านผิด อาหารดังของที่โอกินาว่านั้นจะเป็นได้แก่ “โอกินาว่าโซบะ” ใส่กระดูกหมูอ่อนรสเด็ดมากเรียกโซบะนี้ว่า “โซกิโซบะ” และอาหารประเภทผักเค้ามีมะระเหมือนบ้านเราแต่เป็นมะระขี้นกที่มีขนาดเล็กนำมาผัด ที่เรียกกันว่า “Gouya chanpuru” และที่ขึ้นชื่อคือหมูสามชั้น ชาวโอกิยาว่ารับประทานหมูทุกส่วนจนได้ขึ้นชื่อว่า กินทุกอย่างยกเว้นเสียงร้องหรือในภาษาญี่ปุ่นว่า “ Buta no nakigoe igai nandemo taberu” ชาวโอกินาว่าจะพิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารเพราะมีความเชื่อที่ว่าอาหารคือยาบำรุงสุขภาพและคุณรู้หรือไม่ว่าผู้ที่มีอายุสูงที่สุดในโลกนั้นมาจากเกาะโอกินาว่าเป็นจำนวนมาก
โปรแกรมที่ควรทำก็ได้แก่การแวะเข้าปราสาทชูริ หรือชูริโจ (Shuri Castle) เมืองซูริเคยนั้นเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรริวกิวในอดีตและเป็นที่ประทับของกษัตริย์โช ฮาชิ มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเคยถูกเผาทำลายในยุคสงครามจนเหลือเพียงกำแพงจนต้องสร้างขึ้นใหม่จากบันทึกทางประวัติศาสตร์และผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ถึงห้ารอบ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปีค.ศ. 2000 สำหรับคนที่รักศิลปะการทำเครื่องปั้นควรไปแวะที่หมู่บ้านโยมิตะทางตอนเหนือของนาฮะซิตี้ (Naha City) เป็นแหล่งทำเครื่องปั้นดินเผาแต่ดั้งเดิมซึ่งดินเหนียว สีและน้ำเคลือบนั้นเป็นวัสดุที่มาจากเกาะโดยตรงโดยเผาในอุณหภูมิที่สูงในเตาเผาที่ใหญ่มหึมาเหมือนมังกรยักษ์หมอบหลับบนเนินเขาเป็นแบบเฉพาะที่หาดูได้เฉพาะบนเกาะโอกินาวาเท่านั้น ผลงานแต่ละชิ้นมีลักษณะโดดเด่นจนผู้รักและสะสมทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติต่างนิยมบินมาซื้อกลับไปมากมาย จะสังเกตุเห็นรูปปั้นของซีซ่า ซึ่งมีลักษณะเหมือนสิงห์โตตั้งอยู่บนบ้ายเกือบทุกบ้านซึ่งเป็นความเชื่อเรื่องการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกไปและมีแต่โชคลาภ ดังนั้นใครที่อยากซื้อของที่ระลึกจะสังเกตุเห็นของที่ผลิตเป็นลักษณะของซีซ่านี้จำหน่ายอยู่มากมาย อีกที่ที่ท่านจะได้ชมวัฒนธรรมบนอันเก่าแก่ของโอกินาว่าคือที่หมู่บ้านริวกิว หรือริวกิวมุระ (Ryukyu-mura) ในภาษาญี่ปุ่น โดยจะวางจำหน่ายของที่ระลึก ขนมต่างๆและมีการแสดงอาทิ ระบำโอกินาว่าหรือการเล่นดนตรีพื้นเมือง การสาธิตการทำน้ำอ้อย แถมโอกินาว่ายังนำกระบือมาช่วยงานทางการเกษตรแบบบ้านเรา ที่โอกินาว่ามีสัปปะรดอยู่มากและมีสวนสัปปะรดนาโกะ ที่เหมาะกับพาครอบครัวไปแวะชม สามารถนั่งรถที่ทำเป็นรูปสัปปะรดพาชมวิธีการปลูกสัปปะรดของคนที่นี่และมีการสาธิตการผลิตสัปปะรดกระป๋องและจำหน่ายสินค้าที่ทำจากสัปปะรดนานาชนิดทั้งสัปปะรดกวน ลูกอม ชอคโกแลต ไวน์ ฯลฯเรียกว่าเค้าสรรหาการผลิตสัปปะรดได้มากกว่าบ้านเราอยู่หลายเท่าและยังมีมุมจัดแสดงเปลือกหอยจากทั่วโลกมาให้ชมกันอีกด้วย
นอกจากด้านวัฒนธรรมแล้วโอกินาว่ายังเป็นสวรรค์ของผู้ที่รักการดำน้ำโดยมีชาวญี่ปุ่นและต่างชาติที่ตั้งหน้าตั้งตามาดำน้ำที่นี่โดยเฉพาะเป็นจำนวนมากในแต่ละปี เนื่องจากมีเกาะอยู่เป็นจำนวนมากที่นี่ดังนั้นควรเลือกเกาะหลักๆที่จะมาเที่ยว เกาะที่น่าสนใจได้แก่เกาะอิชิกากิ (Ishigaki Island) เกาะมิยาโกะ (Miyako Island) เกาะยาเอะยามะ (Yaeyama Island) เกาะคุเมะ (Kume Island)ที่ว่าเพียงก้มหน้าลงน้ำคุณก็สามารถเห็นปลาหลากสีสรรนานาชนิดแล้ว การมาเที่ยวนั้นอาจจะซื้อเป็นแพคเกจทัวร์ของบริษัททัวร์อาทิ JTB หรือ H.I.S. ที่มีสาขาอยู่ที่บ้านเราด้วยซึ่งจะรวมตั๋วเครื่องบิน โรงแรมและรถซึ่งจะได้ราคาพิเศษกว่าจองแยกกัน อากาศในโอกินาว่าจะร้อนชื้นเฉลี่ยอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 22.7 องศาตลอดทั้งปีจึงเหมาะต่อการเป็นที่พักร้อนสำหรับชาวญี่ปุ่นเองในช่วงหน้าหนาว มีดอกไม้สวยงามนานาชนิดแถมยังมีดอกชบาสีสวยพอๆกับบ้านเรามีอยู่ให้เห็นอยู่มากมาย
ควรหาโอกาสไปแวะชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำระดับโลก “ชูราอุมิ” (Okinawa Churaumi Aquarium 沖縄美ら海水族館) เปิดในปี ค.ศ. 2002 คำว่า “อุมิ” หมายถึงทะเลก็เพราะที่นี่มีปลานานาชนิดจนเหมือนกับคุณอยู่ภายใต้ทองทะเลเลยก็ว่าได้ เป็นอควาเรียนที่มีมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากที่เมืองแอตแลนต้าในอเมริกาเท่านั้น ที่นี่ยังเป็นแห่งแรกที่มีปลากกระเบนให้กำเนิดลูก กระเบนที่ว่านั้นคือ"กระเบนราหูยักษ์" (Manta ray) ซึ่งเป็นปลากระเบนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมีลำตัวยาวเกือบ 7 เมตรมีความสวยงามเวลาว่ายแถมยังเป็นมิตรกับคนอีกด้วย ที่ชูราอุมิยังมีสัตว์น้ำอื่นๆอาทิ ฉลามวาฬ ถึงสามตัว เต่าทะเล ปลาดาว หอยเม่น ปลิงทะเลและปลาพันธุ์ต่างๆอีกมากมายโดยแบ่งโซนออกเป็นสี่ชั้นแสดงในแทงค์ปลาใหญ่สูงกว่า 8 เมตร กว้าง 22 เมตร ทำจากอะคริลิกหนาดว่า 60 ซม. โดยน้ำทะเลไม่สามารถผ่านเข้ามาสามารถถ่ายรูปแบบพาโนราม่าได้อย่างงดงาม และภายนอกยังมีบ่อเลียงเต่าขนาดใหญ่และ Dolphin Lagoon ที่มีการแสดงของปลาโลมาให้ชมกันอีกด้วย ใครที่ได้ไปแวะชมรับรองว่าจะหลงใหลเหมือนอยู่ในโลกใต้ทะเลซึ่งค่าเข้าชมเพียง 1,800 เยนแต่ต้องบอกว่าตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองโอกินาว่าอยู่พอสมควรประมาณสองชั่วโมงกว่าจากสนามบินแต่ก็นับว่าคุ้มกับการเดินทาง
ยังไงในช่วงนี้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็กำลังสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเที่ยวที่โอกินาว่ากันเยอะๆโดยมีข้อเสนอลดค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าสำหรับผู้ที่ไปประเทศญี่ปุ่นโดยมีแพลนว่าจะไปเที่ยวที่โอกานาว่าเพียงแค่คุณแสดงตั๋วภายในประเทศที่บินไปโอกินาว่าก็สามารถรับสิทธิได้ทันที แต่อุปสรรคที่ทำให้ชาวต่างชาติไม่เลือกไปเที่ยวที่โอกิาว่ากันมากนักก็เพราะปัญหาทางด้านภาษา โอกินาว่าจึงยังไม่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากนักซึ่งก้นับเป็นข้อดีที่ยังทำให้ท้องทะเลต่างๆยังคงไว้ซึ่งความงดงามก็รีบๆไปเที่ยวชมกันก่อนที่ความสวยงามเหล่านี้จะค่อยๆเปลี่ยนไป
 

12,688 View
Last Update : 13 July 2010 16:49