22,October,2017
 
Welcome to Nagasaki (長崎)!
คราวก่อนเราพากันไปท่องเมืองฮิโรชิม่าและได้เน้นเรื่องการรณรงค์เพื่อสันติภาพหลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่สองที่รู้จักกันในนาม “สงครามมหาเอเชียบูรพา” กันไปแล้ว ซึ่งสถานที่ต่างๆที่ยังคงจารึกถึงการโดนระเบิดปารมณูต่อจากเมืองฮิโรชิม่าในนางาซากินั้นยังคงมีให้คนรุ่นหลังได้ไปแวะชมเพื่อเป็นอนุสรณ์ต่อชาวโลกสืบไป เมื่อเร็วๆนี้ในบ้านเราเพิ่งมีการจัดเวทีละครเรื่อง “โจโจ้ซัง” กันไป เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับหญิงเกอิชาที่พบรักกันในเมืองนางาซากินั่นเอง ก่อนจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในนางาซากิเรามารับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองนี้กันคร่าวๆดีกว่า
เมืองนางาซากิตั้งอยู่บนเกาะคิวชู (Kyushu) มีเอกลักษณ์และความสวยงามเฉพาะตัวในเรื่องของทัศนียภาพเป็นอย่างมากเนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศเป็นหุบเขาบ้านเรือนส่วนมากจะตั้งเป็นกลุ่มก้อนตามเนินเขาซึ่งเป็นภาพวิวแบบพาโนรามาที่งดงามเลยทีเดียว เป็นจุดแรกที่อารายธรรมตะวันตกได้แพร่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น
ในอดีตโชกุนโตกุงาวะได้สั่งการปิดประเทศตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 เพื่อรักษาเสถียรภาพทางสังคมและการเมืองที่ได้ก่อตั้งขึ้น และเริ่มอนุญาตให้ชาวต่างชาติคณะผู้สอนศาสนาเข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นำโดยนักบุญฟรานซิส ซาเวียร์รวมถึงชาวอังกฤษและชาวเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นกลุ่มพ่อค้าได้เข้ามาตั้งรกรากที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกันจากนั้นโชกุนเริ่มตระหนักถึงคณะผู้สอนศาสนาที่มีผลต่อชาวญี่ปุ่นจึงสั่งห้ามเผยแพร่ศาสนาและห้ามชาวต่างชาติยกเว้นชาวเนเธอร์แลนด์หรือชาวฮอลแลนด์ที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่บริเวณเกาะเดจิมะที่อ่าวนางาซากิและกลุ่มชาวจีนอีกเพียงจำนวนหนึ่ง ซึ่งชาวญี่ปุ่นได้ติดต่อโลกภายนอกผ่านคนกลุ่มเหล่านี้เท่านั้นเป็นเวลากว่า 250ปี จนถึงต้นศตวรรษที่ 19 กองทัพจากสหรัฐนำโดยพลเรือจัตวาแมทธิว ได้ลงนามทำสนธิสัญญาเป็นสัมพันธมิตรกับสหรัฐอมริกาและและประเทศอื่นๆในเวลาต่อมา ในปี ค.ศ. 1867 ระบบโชกุนของญี่ปุ่นได้สิ้นสุดลงและในปี ค.ศ . 1868 อำนาจทั้งหมดขึ้นอยู่กับจักรพรรดิในการปฎิรูปเมจิหรือที่เรียกว่า Meiji Restoration
ขอแนะนำให้ท่านพักในเมืองนางาซากิสักหนึ่งคืนเพื่อมีโอกาสแวะชมเมืองนางาซากิเต็มๆโดยเริ่มจากการแวะขึ้นกระเช้าชมวิวทิวทัศน์ของเมืองนางาซากิกันก่อนจากนั้นควรแวะชมสวนสันติภาพ (Peace Park) ซึ่งมีรูปปั้นอนุสาวรีย์แห่งสันติภาพเพื่อเตือนใจคนรุ่นหลังให้พึงระลึกถึงเมือครั้งที่นางาซากิโดนระเบิดปรมาณูลงและพังพินาศไปกว่า 1 ใน 3 ในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2488 นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น นางาซากิจึงมีการจัดงานรณรงค์ให้หยุดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และต้องการให้โลกร่วมกันสร้างสันติสุขในทุกๆปี จากสวนสันติภาพนี้สามารถเดินต่อไปยังพิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูซึ่งจัดแสดงของที่ยังคงเหลือไว้หลังจากสงครามรวมถึงวีดีโอที่ให้ชมบทสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากครั้งระเบิดลงเมืองนางาซากิซึ่งทำเอาคนที่นั่งชมถึงกับน้ำตาคลอ จากนั้นช่วงบ่ายแก่ๆมาแวะที่ย่านไช่น่าทาวน์ (China Town)
ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าเมืองนางาซากินั้นเปิดรับชาวฮอลแลนด์และชาวจีนเข้ามาในยุคที่ปิดประเทศ ในอดีตมีเรือเฟอร์รี่ที่สามารถข้ามจากท่าเรือนางาซากิไปยังเซี่ยงไฮ้ได้อีกด้วย ดังนั้นหากไปเยือนเมืองนางาซากิแล้วควรไปแวะที่ย่านไช่น่าทาวน์ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสามรองจากโยโกฮาม่า (Yokohama) และโกเบ (Kobe) จะมีทั้งวัดจีนและศาลบูชาขงจื้อ
มาถึงที่ย่านคนจีนทั้งทีต้องรับประทานซาลาเปา ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “นิคคุมัง” (Niku-man) แต่ถ้าจะประเภทเชลล์ชวนชิมหล่ะก้อต้องลองทานแป้งนุ่มๆห่อด้วยเนื้อหมูเรียกว่า “นางาซากิ คาคุนิมันจู” (Nagasaki Kakunimanjyu) ของร้าน “อิวาซากิ ฮงโปะ” (Iwasaki Honpo) บอกได้คำเดียวว่า “สุดยอดดดด”
และใครที่ชอบราเม็งมาที่นางาซากิต้องทาน “จังปง” หรือ Chanpon Noodle (ちゃんぽん) จะเป็นบะหมี่เส้นหนาใส่น้ำซุปราดด้วยผัก ถั่วงอก กุ้งฯลฯ ซึ่งเป็นสูตรของเมืองฝูเจี้ยนประเทศจีน บริเวณย่านไชน่าทาวน์นี้จะมีคนแก่มานั่งเปิดร้านตามข้างทางขายของเล็กๆน้อยๆอาทิ ผัก ผลไม้ เสื้อผ้า ฯลฯ ซึ่งให้บรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองที่พัฒนาจนทันสมัยกันไปแทบจะทุกหนแห่งแล้วในญี่ปุ่น ท้ายสุดของวันควรไปเดินรับประทานอาหารแถวท่าเรือซึ่งจะมีจำหน่ายอาหารทะเลและร้านอาหารญี่ปุ่น รวมถึงบาร์ ผับ ร้านกาแฟอยู่หลายร้าน ชมทะเลและวิวทิวทัศน์ที่งดงามในยามค่ำคืนรับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งวันที่ตรึงใจทุกๆท่านอย่างแน่นอน
สำหรับนักท่องเที่ยวอีกหลายๆท่านหากพูดถึงเมืองนางาซากิสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งคือ Huis Ten Bosch (เฮ้าส์ เท็น บอช) ฟังชื่อแล้วไม่เหมือนชื่อญี่ปุ่นสักเท่าไหร่ สถานที่แห่งนี้เสมือนหมู่บ้านหรือเมืองฮอลแลนด์จำลองที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองนางาซากิไปประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยรถไฟซึ่งวิ่งเฉพาะมาลงปลายทางที่ Huis Ten Boschโดยตรง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนางาซากิและทำให้คนรู้จักเมืองนางาซากิกันมากขึ้นเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะในอดีตเมืองนางาซากิเป็นเมืองท่าและได้รับอิทธิพลมาจากกลุ่มชาวฮอลแลนด์ที่มาค้าขายและอาศัยอยู่มากกว่าชาติอื่นจนเกิดแนวคิดที่จะสร้างเมืองฮอลแลนด์ขนาดย่อมมาอยู่ในเมืองนางาซากินี้ Huis Ten Bosch นี้ถูกสร้างเมื่อปี ค.ศ .1992 แวดล้อมไปด้วยดอกไม้นานาชนิดที่เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวคงจะเป็นช่วงทุ่งดอกทิวลิปบานเพราะให้บรรยากาศประดุจดั่งอยู่ในยุโรป มีคลองล้อมรอบทั่ว บริแวณให้ทุกท่านได้นั่งชมบรรยากาศโดยรอบหรือจะแวะลงตามจุดต่างๆได้
มีทั้งโรงงานเค้ก ชีสและช็อคโกแลต หรือร้านจำหน่ายรองเท้าไม้สไตล์ฮอลแลนด์ที่คุณจะสามารถนั่งเพ้นท์เป็นแบบส่วนตัวได้ สำหรับคู่รักหรือครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่พาลูกๆมาเที่ยวก็สามารถเช่ารถจักรยานปั่นชมบรรยากาศซึ่งจะมีรถจักรยานประเภทขี่คนเดียวหรือ2ถึง3คนให้เลือกเนื่องจากพื้นที่กว้างมากบางท่านอาจจะเมื่อยและเดินได้ไม่ทั่ว เพลิดเพลินกับจุดเล่นเกมส์ โรงภาพยนตร์ 3 มิติ พิพิธภัณฑ์เครื่องแก้ว (Ornament Glass Museum) ซึ่งมีโคมไฟที่นำมาจากประเทศฝรั่งเศสมีความสูงประมาณ 3.5 เมตร เอาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว
ร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆและยังมีพิพิธภัณฑ์กังหันลมโดดเด่นตระหง่านอยู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ทุกท่านต้องเก็บภาพเป็นที่ระลึกกลับไป แต่เครื่องเล่นต่างๆหากเป็นวัยรุ่นอาจไม่เร้าใจเหมือนที่ Tokyo Disneyland หรือที่ Universal Studio เหมาะสำหรับวันที่ไม่เร่งรีบค่อยๆใช้เวลากับครอบครัว แนะนำให้พักที่โรงแรม Huis Ten Bosch เพราะอยู่ด้านในเมืองจำลองนี้เลยหรืออาจจะพักที่ Hotel Nikko Huis Ten Bosch ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันแต่ขอรับประกันความสวยงามและบรรยากาศที่ทุกท่านจะได้รับความประทับใจไม่รู้ลืม
 

4,791 View
Last Update : 13 July 2010 16:47