Preparation & Student Life in Japan



ก่อนเดินทาง

Let’s Pack Up


                ควรเตรียมกระเป๋าเดินทางที่ทุ่นแรงและใช้งานง่าย เลือกกระเป๋าที่มีน้ำหนักเบาและสามารถบรรจุของได้ในปริมาณมาก ทั้งนี้ควรมีกระเป๋าใบเล็กที่มีล้อติดตัวไปด้วย เผื่อนักเรียน มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวในเมืองต่างๆ ช่วงวันหยุดหรือช่วยทุ่นแรงเวลาซื้อของใช้ต่างๆ เนื่องจากในประเทศญี่ปุ่นการเดินทางส่วนมากจะนิยมใช้รถไฟหรือรถประจำทาง ทั้งนี้ควรมีป้ายชื่อติดกระเป๋าให้เรียบร้อยกรณีกระเป๋าเกิดการสูญหายจะได้สะดวกต่อการตามหา

นอกจากนี้นักเรียนควรเช็คเรื่องน้ำหนักกระเป๋าจากสายการบินที่ใช้บริการด้วยว่าสามารถโหลดน้ำหนักกระเป๋าและนำขึ้นเครื่องได้กี่กิโลกรัม หากต้องการขอน้ำหนักเพิ่มควรแจ้งกับทางสายการบินก่อนการเดินทาง ทั้งนี้สายการบินบางบริษัทอาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบตอบรับจากทางสถาบันหรือเอกสารที่ระบุว่านักเรียน กำลังจะไปศึกษาต่อ ซึ่งทางสายการบินจะอนุญาตให้นักเรียนที่ไปศึกษาต่ออย่างน้อย 6 เดือนสามารถขอน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มได้ และอย่าลืมขอน้ำหนักกระเป๋าเผื่อขากลับด้วยนะคะ

                สำหรับเรื่องของใช้ที่ควรพกติดตัวไป ได้แก่ เสื้อผ้าตามฤดูกาล รองเท้าที่ใส่เดินสบายๆ ยาสามัญรักษาโรคต่างๆ หรือยาสำหรับรักษาโรคประจำตัว รวมถึงของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับอาหารไทย พี่ๆ แนะนำว่าสามารถหาซื้อได้จากร้านค้า Discount Store ที่มีอยู่มากมายในประเทศญี่ปุ่น แถมราคาไม่แพงมาก จึงไม่จำเป็นต้องนำไปให้เป็นภาระเรื่องน้ำหนัก


Documents


                สำหรับเรื่องเอกสาร แนะนำให้นักเรียน เตรียมเอกสารที่สำคัญต่างๆ ติดตัวไปด้วย เช่น ข้อมูลที่พัก ใบตอบรับจากสถาบัน สำเนาตั๋วเครื่องบิน พลาสปอร์ต เป็นต้น กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต้องการขอดูเอกสารเพิ่มเติมเมื่อเข้าประเทศญี่ปุ่นเราจะได้มีพร้อม ทั้งยังช่วยลดการถามคำถามจากเจ้าหน้าที่ลงได้ด้วย และควรจัดเตรียมรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว และ 2 นิ้ว สำหรับการทำธุรการต่างๆ รวมถึงถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญเก็บไว้อีกอย่างน้อย 2 ชุด เผื่อเกิดเหตุการณ์จำเป็นต้องใช้ในกรณีฉุกเฉิน


Electric Supplier



                นักเรียน หลายคนมักนำคอมพิวเตอร์ติดตัวไปด้วย รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ควรเช็คเรื่องกระแสไฟฟ้าให้เรียบร้อย โดยปกติแล้วที่ประเทศญี่ปุ่นใช้กระแสไฟฟ้า 100 โวลต์ ในขณะที่ประเทศไทยใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลต์ อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดสามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ประเทศ แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทจำเป็นต้องใช้เครื่องแปลงไฟหรือ Adapter และควรเตรียมเต้าเสียบชนิด 2 ขาแบบแบนไปด้วย หรือจะมาหาซื้อจากร้านค้าที่ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ โดยราคาจะอยู่ประมาณ 200-300 เยน


Work Hard…Play Hard


                นักเรียน บางคนที่ยังไม่เก่งหรือมีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นไม่ดีพอ ควรจัดหาพจนานุกรมอิเล็คทรอนิกส์ไทย-ญี่ปุ่น/ญี่ปุ่น-ไทย ไว้เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยทบทวนและเป็นการช่วยฝึกภาษาโดยเฉพาะทักษะการฟัง การอ่าน และการเขียนด้วย โดยเฉพาะการใช้ตัวอักษรคันจิที่ถือเป็นอักษรที่นิยมใช้เป็นจำนวนมากในประเทศญี่ปุ่น สำหรับประเทศญี่ปุ่นมีพจนานุกรมอิเล็คทรอนิกส์จำหน่ายหลากหลายยี่ห้อ โดยมีราคาประมาณ 20,000-35,000 เยน


Body Check up


                ก่อนเดินทางนักเรียนควรทำการตรวจร่างกายให้พร้อมก่อน เพราะค่ารักษาพยาบาลในประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างสูง หากนักเรียนมีโรคประจำตัวควรให้แพทย์ออกใบสั่งยาที่ใช้อยู่เป็นประจำหรือระบุยาที่แพ้ไว้ให้ชัดเจน นักเรียนต่างชาติที่ไปศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่นต้องมีการทำประกันสุขภาพอยู่แล้ว เมื่อถึงประเทศญี่ปุ่นนักเรียนควรรีบดำเนินการทำประกันสุขภาพให้เรียบร้อยเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้หากนักเรียนมีประกันสุขภาพจากประเทศไทยติดไปด้วยควรเช็คข้อมูลการใช้ประกันนั้นๆ ในต่างประเทศ รวมถึงวิธีการชำระเงินด้วย เนื่องจากประกันบางประเภทจำเป็นต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อนล่วงหน้า และค่อยเบิกคืนภายหลัง

 

เมื่อเดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่น

At the Airport


                เมื่อมาถึงประเทศญี่ปุ่นด่านแรกที่ต้องเตรียมความพร้อมคือด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งนักเรียน จะต้องเข้าช่อง Foreigner เนื่องจากนักเรียน มาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะยาว ดังนั้นเจ้าหน้าที่อาจจะมีคำถาม พร้อมขอรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติม ชาวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศญี่ปุ่นนั้นนอกจากจะต้องผ่านการถ่ายภาพที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วจะต้องผ่านการตรวจเช็คลายนิ้วมือด้วย เมื่อผ่านด่านเรียบร้อยแล้วนักเรียนสามารถรับกระเป๋าได้ที่สายพานจากสายการบินที่เดินทางมา ด่านสุดท้ายคือด่านศุลกากรเมื่อผ่านด่านแล้วก็ถือเป็นการเริ่มต้นการใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นแล้วค่ะ

                สำหรับการเดินทางไปยังที่พักด้วยตนเองสามารถเลือกเดินทางโดยรถไฟหรือรถลีมูซีนซึ่งจะไปจอดตามจุดต่างๆ ในเมือง รวมถึงโรงแรมใหญ่ๆ ข้อดีของการใช้บริการรถลีมูซีนคือนักเรียน สามารถฝากกระเป๋าให้พนักงานโหลดใต้ท้องรถทำให้ไม่ต้องหิ้วหรือแบกกระเป๋าใบใหญ่ๆ ให้ยุ่งยาก แต่หากนักเรียน เดินทางด้วยรถไฟที่แม้จะสามารถระบุเวลาการเดินทางได้อย่างแม่นยำ แต่นักเรียน ต้องแบกสัมภาระขึ้นลงรถไฟซึ่งอาจจะไม่สะดวกต่อนักเรียน ที่มีกระเป๋าหลายใบ


Residence Card


                สำหรับนักเรียน ชาวไทยที่ไปศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นและพำนักอาศัยในระยะกลางถึงระยะยาว (เกิน 90 วัน) เมื่อผ่านการตรวจคนเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานขาเข้าแล้ว จะได้รับการประทับตราขาเข้าที่เล่มพลาสปอร์ต และจะออกบัตร Resident Card ที่ระบุสถานภาพในการพำนักอาศัยไว้เรียบร้อย เมื่อได้รับ Resident Card แล้วจะต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเทศบาลเขตที่ตนเองพำนักอยู่ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนการขอพำนักอาศัยโดยระบุที่อยู่ด้านหลังบัตร Resident Card ทั้งนี้นักเรียน จะต้องพกบัตรติดตัวเสมอเสมือนเป็นบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ หรือใช้สำหรับการทำสัญญาต่างๆ เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร การทำสัญญาโทรศํพท์มือถือ การสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เป็นต้น


Sim Card


                ด้วยข้อจำกัดของกฎหมายญี่ปุ่นเกี่ยวกับการจำหน่ายซิมมือถือ ทำให้การซื้อซิมโทรศัพท์ของชาวต่างชาติกลายเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว จนทำให้ธุรกิจให้เช่ามือถือ Pocket WiFi และ Sim Card เป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างชาติ แต่เนื่องด้วยธุรกิจที่เป็นการเช่าทำให้หลายครั้งต้องเผื่อเวลาในการยืมและในการคืนพอสมควร อีกทั้งค่าใช้จ่ายยังคิดเป็นรายวันทำให้ค่อนข้างสิ้นเปลืองสำหรับการไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะเวลานานๆ

                สำหรับนักเรียน ที่ต้องไปเรียนและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นระยะเวลานานๆ พี่ๆ ไมนิจิขอแนะนำเป็น NET-Sim หรือ So-net Prepaid LTE Sim โดยนักเรียน จะได้ซิมการ์ด พร้อมคู่มือสำหรับการตั้งค่าเบื้องต้นที่มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยพร้อมใส่ในมือถือของเราได้ทันที ซึ่งซิมการ์ดนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่นักเรียน เพราะไม่ต้องมาเสียเวลาจอง ไปรับ-คืนของ เสียค่าเช่าเป็นรายวัน และไม่ต้องพกอุปกรณ์หลายอย่างทั้งมือถือ Pocket WiFi และ Powerbank ให้หนักอีกด้วย


Money & Bank Account


                ในช่วงแรกของการเดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่น นักเรียน จะยังไม่สามารถเปิดธนาคารได้ทันที เนื่องจากการเปิดธนาคารจำเป็นต้องใช้เอกสารประกอบหลายอย่าง ดังนั้นควรเผื่อเวลาในความพร้อมสำหรับเปิดธนาคารไว้ประมาณ 1 เดือน โดยช่วงที่ไม่สามารถเปิดธนาคารได้ นักเรียน สามารถใช้บริการบัตร ATM ของธนาคารใดก็ได้ที่มีเครื่องหมาย PLUS หรือ Cirrus ซึ่งสามารถนำไปเบิกได้ที่ตู้เบิกเงินสดอัตโนมัติที่มีเครื่องหมาย PLUS ติดอยู่ รวมถึงธนาคาร Citybankll และร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ทั่วประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางที่ง่ายและสะดวก แต่สำหรับอัตราการแลกเปลี่ยนจะขึ้นลงและคำนวณตามวันที่เบิกถอน อีกทั้งทุกครั้งที่ถอนเงินจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการถอนประมาณ 100 บาท สำหรับอีกวิธีหนึ่งที่สะดวกมากๆ นั่นคือการเปิดบัตรเครดิตเสริมจากผู้ปกครองโดยการระบุจำนวนวงเงินภายในบัตรเพื่อนำไปใช้จ่ายที่จำเป็นด้วย

                การเปิดธนาคารที่ญี่ปุ่น นักเรียน จำเป็นต้องเตรียมเอกสารและตราประทับซึ่งแทนการเซ็นชื่อ สามารถแจ้งขอความประสงค์ที่จะใช้ ATM ได้ ธนาคารจะจัดส่งมาให้โดยใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 สัปดาห์ และสามารถเบิกถอนได้ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-19.00 น. และวันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. หากนอกเวลาดังกล่าว นักเรียน จะต้องเสียค่าธรรมเนียมธนาคาร 105 เยน นอกจากนี้นักเรียน ยังสามารถขอแจ้งชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ผ่านทางธนาคารได้ด้วย


Insurance


                การทำประกันสุขภาพแห่งชาติหรือที่เรียกกันว่า Kokumin Hoken เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักเรียนชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่านักเรียน บางคนอาจจะมีการทำประกันจากประเทศไทยมาแล้วก็ตาม เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในประเทศญี่ปุ่นนั้นสูงมาก และอาจจะต้องออกค่าใช้จ่ายเองก่อนและมีสิทธิ์ในการเบิกค่ารักษาพยาบาลเพียง 20-30% เท่านั้น สำหรับนักเรียน ที่ต้องการทำประกันสุขภาพสามารถติดต่อขอทำได้ที่แผนกประกันสุขภาพที่ว่าการเขตที่นักเรียน พำนักอยู่ โดยสามารถสมัครได้ในวันที่ทำบัตร Residence Card ได้เลย ซึ่งผู้ทำประกันจะต้องเสียค่าเบี้ยประกันเป็นรายเดือน โดยแต่ละเขตจะแตกต่างกันไปตามรายได้และภาษีอากรของเขตนั้นๆ และจะคำนวณตั้งแต่เดือนเมษายน-เดือนมีนาคมของปีถัดไป นักเรียน ที่ยังไม่มีรายได้จะได้รับลดหย่อนค่าเบี้ยประกันซึ่งค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 เยน ต่อเดือน หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องแจ้งข้อมูลที่อยู่ใหม่ มิฉะนั้นจะไม่สามารถใช้งานประกันสุขภาพได้ สำหรับการชำระเบี้ยค่าประกันนักเรียน สามารถชำระผ่านทางร้านสะดวกซื้อ ทางไปรษณีย์ หรือหักจากบัญชีธนาคารได้