Meitoku Gijuku Seior High School


MEITOKU GIJUKU SENIOR HIGH SCHOOL


หลักสูตรที่เปิดสอน

หลักสูตร 3 ปี และ 3 ปีครึ่ง เน้นเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาหลักในระยะเวลาประมาณ 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่ง
เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 นักเรียน สามารถเข้าร่วมชั้นเรียนปกติ ซึ่งจะเรียนร่วมกับนักเรียนชาวญี่ปุ่น และนักเรียนสามารถเลือก
ได้ว่าต้องการเรียนสายวิทยาศาสตร์ หรือ สายศิลป์ได้ในชั้นปีที่ 2 นี้ นอกจากนี้ นักเรียนที่เรียนหลักสูตร 3 ปี และ 3 ปีครึ่ง
สามารถเลือกทำกิจกรรมชมรมได้อย่างอิสระ โดยกิจกรรมชมจะมีทุกวันหลักเลิกเรียน

หลักสูตร 1 ปี และ 1 ปีครึ่ง จะเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น
ชั้นเรียนของหลักสูตรนี้จะเป็นชั้นเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติเท่านั้น


คุณสมบัติผู้สมัคร

หลักสูตร 3 ปี และ 3 ปีครึ่ง :

ผู้สมัครมีอายุ 15 ปีขึ้นไป นับถึงวันที่ 1 เมษายน/ตุลาคม
และต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนในประเทศของตน

หมายเหตุ หลักสูตร 3 ปี เริ่มยื่นใบสมัครเมื่อผู้สมัครยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1

หลักสูตร 1 ปี และ 1 ปีครึ่ง :

ผู้สมัครมีอายุ 17 ปีขึ้นไป นับถึงวันที่ 1 เมษายน/ตุลาคม
และต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนในประเทศของตน

หมายเหตุ หลักสูตร 1 ปี เริ่มยื่นใบสมัครเมื่อผู้สมัครยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1
วิธีการสอบเข้าเรียนต่อ

โรงเรียนเมโตคุใช้เกณฑ์การรับเข้าเรียนต่อด้วยวิธีการสอบสัมภาษณ์ผู้สมัครและผู้ปกครองพร้อมกับดูผลการเรียน
และจะมีการสอบข้อเขียนในวิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์ด้วย

ช่วงเวลาการเปิดรับสมัคร

โรงเรียนเมโตคุจะเปิดรับนักเรียนต่างชาติเข้าเรียนปีละ 2 ครั้ง ตามช่วงเวลาต่อไปนี้

หลักสูตร 1 ปี และ 3 ปี เปิดภาคเรียนเมษายน
1. เปิดรับใบสมัคร
2. สอบสัมภาษณ์ผู้สมัครและผู้ปกครองในเดือนพฤศจิกายน
3. ดำเนินขั้นตอนทางเอกสารต่างๆ
4. เตรียมตัวเดินทางในเดือนเมษายน

หลักสูตร 1 ปี และ 3 ปี เปิดภาคเรียนตุลาคม
1. เปิดรับใบสมัคร
2. สอบสัมภาษณ์ผู้สมัครและผู้ปกครองในเดือนมิถุนายน
3. ดำเนินขั้นตอนทางเอกสารต่างๆ
4. เตรียมตัวเดินทางในเดือนตุลาคม

การปิดภาคการศึกษา

ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มปีการศึกษาใหม่ในเดือนเมษายนของทุกๆปี ดังนั้นการปิดภาคเรียนจะเป็นดังต่อไปนี้
ครั้งที่ 1 : กลางเดือนกรกฎาคม ถึง ต้นเดือนกันยายน (ประมาณ 6 สัปดาห์)
ครั้งที่ 2 : ปลายเดือนธันวาคม ถึง ต้นเดือนมกราคม (ประมาณ 2 สัปดาห์)
ครั้งที่ 3 : ปลายเดือนมีนาคม ถึง ต้นเดือนเมษายน (ประมาณ 2 สัปดาห์)
ความเป็นอยู่ในหอพัก

    หอพักนักเรียนของโรงเรียนเมโตคุจะแบ่งเป็น " หอพักนักเรียนชาย " และ " หอพักนักเรียนหญิง "
จะมีอาจารย์และผู้ดูแลหอพักประจำอยู่ตลอด ห้องพัก 1 ห้อง นักเรียนพักรวมกัน 4 คน
หอพักนักเรียนหญิงจะอยู่ที่ Main Campus หอพักนักเรียนชายจะอยู่ที่ Main Campus และ Ryu International Campus 
โดยโรงเรียนจะทำการจัดเพื่อนร่วมห้องให้กับนักเรียน นอกจากนี้ จะมีการเปลี่ยนหอพักและเพื่อนร่วมห้องปีละ 2 ครั้ง

    ภายในหอพักจะมีสัญญาณ Wi-Fi เตรียมไว้ให้นักเรียนเพื่อติดต่อกับผู้ปกครอง หรือ เพื่อหาข้อมูลทางการศึกษา โดยอนุญาตให้นักเรียน
นำคอมพิวเตอร์ส่วนตัว Tablet หรือ iPad ไปได้ ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนพกพาโทรศัทพ์มือถือ หรือ สมาร์ทโฟนทุกชนิด

    หอพักของโรงเรียนเปิดทำการและมีผู้ดูแลหอพักอยู่ทุกวัน นักเรียนที่ไม่กลับบ้าน หรือ ประเทศของตน ในช่วงวันหยุดยาว หรือ ช่วงปิดเทอม
สามารถอยู่ในหอพักได้และโรงเรียนจะเตรียมอาหาร 3 มื้อไว้ตามปกติ
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงเรียน

ภายในบริเวณโรงเรียนมีร้านสะดวกซื้อ ตู้ขายของอัตโนมัติ รถรับส่งนักเรียน ห้องซักรีด ห้องคิวพิวเตอร์ ตู้ ATM ห้องพยาบาล
ห้องดนตรี โรงยิมและสนามกีฬาต่างๆ สถานที่สำหรับทำกิจกรรมชมรมต่างๆ และผู้ให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพจิต เป็นต้น

การออกนอกโรงเรียน

โรงเรียนพานักเรียนเข้าไปในตัวเมืองโคจิ โดยรถโรงเรียน เพื่อซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันและใช้เวลาส่วนตัว เดือนละ 2 ครั้ง
(ในกรณีที่นักเรียนมีความประพฤติไม่เหมาะสม หรือ อยู่ระหว่างการรับโทษจะไม่สามารถเข้าร่วมการออกนอกโรงเรียนได้ นอกจากนี้
หากกำหนดการการออกนอกโรงเรียนตรงกับกำหนดการของชมรมที่นักเรียนสังกัดอยู่ นักเรียนจะต้องปรึกษากับอาจารย์ประจำชมรมของนักเรียนก่อน)
  
ในกรณีที่ผู้ปกครองมาเยี่ยมบุตรหลาน ทางโรงเรียนอนุญาตให้ผู้ปกครองรับตัวนักเรียนออกไปใช้เวลาส่วนตัวได้ในช่วงสุดสัปดาห์ หรือ ช่วงวันหยุดยาว
โรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนออกนอกโรงเรียนด้วยตนเอง


กรณีเจ็บป่วย

ทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนต่างชาติทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุประเภทเดียวกันกับนักเรียนชาวญี่ปุ่นเมื่อเดินทางไปถึงโรงเรียน หากนักเรียนไม่สบาย
หรือ เกิดอุบัติเหตุโรงเรียนจะพานักเรียนไปส่งโรงพยาบาลที่มีความร่วมมือกันอยู่ นอกจากนี้ในโรงเรียนได้เตรียมห้องพยาบาลไว้เช่นกัน

การป้องกันภัยพิบัติจากธรรมชาติ

โรงเรียนมีความร่วมมือกับศูนย์ป้องกันภัยพิบัติเพื่อจัดการฝึกซ้อมให้กับนักเรียน เช่น การฝึกซ้อมสำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว
การฝึกซ้อมสำหรับเหตุการณ์การเกิดสึนามิ เป็นต้น

วิธีการเดินทาง

จากกรุงเทพฯเดินทางสู่ " สนามบินฮาเนะดะ กรุงโตเกียว " และต่อเครื่องภายในประเทศญี่ปุ่นจากสนามบินฮาเนะดะสู่ " สนามบินโคจิ "
การเดินทางภายในประเทศใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

การเยี่ยมชมโรงเรียน

เนื่องจากโรงเรียนมีหอพักและนักเรียนส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ในหอพัก ผู้ปกครอง หรือ นักเรียนที่สนใจจะเยี่ยมชมโรงเรียน หอพัก สภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลก่อนที่จะสมัครเข้าเรียน
ทางโรงเรียนยินดีให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนได้ โดยผู้ปกครองที่มีความประสงค์ไปเยี่ยมชมโรงเรียนกรุณาติดต่อเพื่อทำการนัดหมายล่วงหน้า